ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 569/2501

ประเด็นกฎหมาย

ปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับอำนาจสอบสวนของเจ้าพนักงาน และข้อเท็จจริงว่าจำเลยที่ 2 กระทำความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนหรือไม่

หลักกฎหมาย

ในคดีความผิดอาญาแผ่นดิน เมื่อพนักงานอัยการยื่นฟ้องและระบุว่าพนักงานสอบสวนได้สอบสวนแล้ว ย่อมสันนิษฐานได้ว่าเป็นการสอบสวนที่ชอบด้วยกฎหมาย หากจำเลยคัดค้านต้องเสนอเป็นข้อต่อสู้ไว้ในศาลชั้นต้น มิฉะนั้นถือว่าประเด็นนั้นผ่านพ้นไป

คำวินิจฉัย

ศาลฎีกาพิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

ข้อเท็จจริงสำคัญ

จำเลยที่ 2 ใช้มีดดาบฟันนายสุพลหลายครั้งจนบาดเจ็บสาหัส แล้วนำตัวลงเรือไปล่มในแม่น้ำ ทำให้นายสุพลจมน้ำตาย โดยจำเลยอ้างว่านายสุพลเป็นคนร้ายขึ้นไปลักทรัพย์ แต่ศาลเชื่อว่านายสุพลขึ้นไปหานางสาวสุนันท์ตามนัดหมาย

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 569/2501พนักงานอัยการจังหวัดฉะเชิงเทราโจทก์นายผัน ปิ่นเจริญ ที่ 1 นายผดุง ปิ่นเจริญ ที่ 2จำเลย ป.วิ.อ. คดีความผิดอาญาแผ่นดิน อัยการบรรยายฟ้องว่าได้สอบสวนแล้วย่อมสันนิษฐานได้ว่า เป็นการสอบสวนที่ชอบด้วยกฎหมายแล้วหากจำเลยคัดค้านก็ทำได้โดยเสนอเป็นข้อต่อสู้ไว้ถ้าจำเลยไม่ต่อสู้ไว้ ก็ถือว่าไม่มีข้อโต้เถียงกันหากตามสำนวนไม่มีข้อเท็จจริงที่แสดงว่าการสอบสวนนั้นไม่ชอบ จำเลยมาคัดค้านขึ้นในชั้นฎีกา ย่อมไม่มีเหตุที่จะวินิจฉัยให้คดีเรื่องนี้ โจทก์ฟ้องกล่าวความว่า เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2498 เวลากลางคืนหลังเที่ยง จำเลยทั้งสองบังอาจสมคบกันใช้มีดดาบเป็นสาตราวุธฟันนายสุพล อันติกานนท์ หลายที มีบาดแผลสาหัสหลายแห่งปรากฏตามรายงานการชันสูตรพลิกศพ และรายงานการตรวจศพท้ายฟ้องทั้งนี้โดยจำเลยเจตนาจะฆ่า นายสุพล อันติกานนท์ ให้ถึงแก่ความตายโดยความพยายามด้วยความพยาบาทมาดหมาย อันเนื่องมาจากจำเลยโกรธเคือง นายสุพล อันติกานนท์ ที่รักใคร่ และติดต่อกับนางสาวสุนันท์ ปิ่นเจริญ บุตรสาวของจำเลยที่ 1 และเป็นน้องสาวของจำเลยที่ 2 เมื่อจำเลยทั้งสองทำร้ายแล้วยังสมคบกันนำตัว นายสุพลอันติกานนท์ ลงบรรทุกเรือ แล้วจำเลยที่ 2 ได้นำเรือไปล่มเพื่อให้นายสุพล อันติกานนท์จมน้ำถึงแก่ความตาย อันเป็นการกระทำด้วยการทรมานและแสดงความดุร้ายทำแก่ นายสุพล อันติกานนท์ ให้ได้ความลำบากอย่างสาหัส และเพื่อจะปกปิดการกระทำผิด และนายสุพล อันติกานนท์ได้จมน้ำถึงแก่ความตายสมดังเจตนาของจำเลย เหตุเกิดที่ตำบลบางตลาดอำเภอบางคล้าจังหวัดฉะเชิงเทรา ขอให้ลงโทษตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 249-250จำเลยทั้งสองปฏิเสธข้อหาศาลชั้นต้นทำการพิจารณาแล้ว ไม่เชื่อว่า นายสุพลเป็นคนร้ายขึ้นไปลักทรัพย์ดังข้อต่อสู้ของจำเลย หา