ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1083/2501

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1083/2501นางเพิ่ม พันธสีมาโจทก์นายบุญเพ็ง พรหมคุณจำเลยผู้ร้องขัดทรัพย์จำเลยนายสง่า วัชราภรณ์จำเลย ป.วิ.พ. คดีร้องขัดทรัพย์ โจทก์ให้การแก้คำร้องว่าจำเลยกับผู้ร้องโอนทรัพย์กันโดยสมยอม เป็นเจตนาลวงตกเป็นโมฆะตามมาตรา118ศาลจะวินิจฉัยว่า การโอนทำให้โจทก์เสียเปรียบเป็นการฉ้อฉลที่เพิกถอนได้ตามมาตรา237 ย่อมเป็นการวินิจฉัยนอกประเด็นเรื่องนี้ เนื่องมาจากคดีเดิมที่ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยใช้เงินกู้ 15,000 บาท พร้อมทั้งดอกเบี้ยและค่าฤชาธรรมเนียมแก่โจทก์ จำเลยไม่ใช้ โจทก์จึงนำเจ้าพนักงานยึดที่ดิน 1 แปลงอยู่ตำบลกำแพง อำเภออุทุมพรพิไสย จังหวัดศรีสะเกษ โดยอ้างว่าเป็นของจำเลยผู้ร้องร้องขัดทรัพย์ว่า ที่ดินที่โจทก์นำยึดนั้นเป็นของผู้ร้อง ผู้ร้องรับซื้อจากจำเลย โดยทำนิติกรรมซื้อขายกันต่อเจ้าพนักงานอำเภอเป็นหลักฐาน จึงขอให้ศาลสั่งปล่อยทรัพย์ที่ยึดโจทก์แก้คำร้องว่า การซื้อขายระหว่างผู้ร้องกับจำเลยเป็นไปโดยการสมยอม ไม่ได้ชำระราคาที่ดินกัน ทำเป็นพิธีให้ผู้ร้องรับโอนที่ดินไว้เพื่อให้พ้นจากการบังคับคดี เป็นการแสดงเจตนาลวงด้วยสมรู้กับคู่กรณีอีกฝ่ายหนึ่ง แม้จะทำนิติกรรมโอนกันต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ก็เป็นโมฆะตามมาตรา 118 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และเมื่อระหว่างโจทก์ดำเนินคดีกับจำเลยยังไม่ถึงที่สุดตัวแทนของจำเลยได้ไปร้องขอให้อำเภอประกาศขายที่ดินรายนี้โจทก์ได้ยื่นคำคัดค้านไว้ ผู้แทนของจำเลยจึงระงับไป แต่ภายหลังกลับไปทำการโอนกันจนสำเร็จศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว วินิจฉัยฟังว่าการกระทำนิติกรรมซื้อขายที่ดินรายนี้ระหว่างผู้ร้องกับจำเลยได้กระทำลงทั้งที่รู้อยู่ว่าเป็นทางทำให้โจทก์ผู้เป็นเจ้าหนี้ของจำเลยเสียเปรียบและเมื่อปรากฏว่าจำเลยไม่มีทรัพย์สินอย่างอื่นอ