ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1148/2501นางประภาศรี พึ่งพรกุล (หม้ายโจทก์นางจองบ้วย แซ่ล้อจำเลย ป.วิ.พ. โจทก์อ้างเอกสารสัญญาเช่าเป็นพยานโดยไม่ได้ส่งสำเนาให้จำเลยก่อนวันสืบพยาน 3 วัน แต่จำเลยดูแล้วรับรองเอกสารนั้น ศาลก็รับวินิจฉัยได้ จำเลยจะยกเหตุนี้มาคัดค้านไม่ได้คดีเรื่องนี้โจทก์ฟ้องกล่าวความว่าเมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2496 โจทก์ได้ซื้อที่ดินโฉนดที่ 6653 ตำบลคลองเตย (หรือคลองตัน) อำเภอพระโขนง จังหวัดพระนคร จากนางปรุงใจ ปรากฏตามสำเนาหนังสือสัญญาขายกรรมสิทธิ์ที่ดินท้ายฟ้อง ปรากฏว่าจำเลยได้เช่าอยู่ในที่ดินแปลงนี้บางส่วนประมาณ 200 ตารางวาเศษ ประกอบการอุตสาหกรรมทำโรงงานฟอกหนัง มีอัตราค่าเช่าปีละ 400 บาท โจทก์ได้บอกกล่าวเลิกสัญญาเช่ากับจำเลยหลายครั้ง และให้จำเลยรื้อถอนโรงงานออกไปจากที่ดินของโจทก์ และไม่ได้เก็บค่าเช่าจากจำเลยต่อไป จำเลยไม่ยอมออกจากที่ดินรายนี้ ต่อมาโจทก์ได้ให้ทนายความบอกกล่าวให้จำเลยรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างของจำเลยออกไป ตามหนังสือบอกกล่าวลงวันที่ 2 กันยายน 2498 ครั้นวันที่ 26 กันยายน 2498 จำเลยมาติดต่อกับทนายความของโจทก์ยินยอมที่จะรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกไปแต่ขอคิคค่าทดแทนในการรื้อถอน และวันที่ 3 ตุลาคม 2498 จำเลยเสนอรายการค่าทดแทนนั้นเป็นจำนวนเงิน 152,500 บาท ซึ่งโจทก์ไม่สนองรับ และยืนยันให้จำเลยรื้อถอนออกไป จำเลยก็ไม่จัดการรื้อถอนออกไป ซึ่งเป็นการละเมิดสิทธิของโจทก์ จึงขอให้ศาลบังคับให้จำเลยรื้อถอนโรงงานสิ่งปลูกสร้างของจำเลยออกไปจากที่ดินของโจทก์รายนี้ และขอให้จำเลยเสียค่าเสียหายแก่โจทก์เดือนละ 200 บาทนับแต่วันฟ้องตลอดไปจนกว่าจะได้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างไปจากที่ดินของโจทก์จำเลยต่อสู้ว่าที่ดินที่จำเลยปลูกห้องแถวอยู่มาในขณะนี้บางส่วนเป็นที่ดินว่างเป