ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1153/2501

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1153/2501นายหยัน เล็กกุลโจทก์นายเหตุ หรือว้าเหตุ หรือว้าเหบจำเลย ป.พ.พ. ม. 1367, ม. 1375 กฎหมายลักษณะเบ็ดเสร็จ บทที่ 42 กฎหมายลักษณะเบ็ดเสร็จ บทที่ 43 เมื่อที่พิพาทไม่ใช่ที่บ้าน ที่สวนตามกฎหมายลักษณะเบ็ดเสร็จ และโจทก์โก่นสร้างที่พิพาทหลังจากที่ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 4 ประกาศใช้แล้วคดีต้องบังคับตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 4 หากปรากฏว่าที่พิพาทเป็นที่ดินมือเปล่าผู้ยึดถือก็มีแต่สิทธิครอบครอง เมื่อถูกแย่งการครอบครองโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ผู้ครอบครองก็ต้องฟ้องคดีเพื่อเอาคืนซึ่งการครอบครองนั้นภายใน 1 ปี นับแต่เวลาถูกแย่งการครอบครองตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1367,1375 มิฉะนั้นหมดสิทธิที่จะฟ้องเรียกที่พิพาทคืนตาม มาตรา 1375โจทก์ฟ้องว่า เมื่อ พ.ศ. 2470 โจทก์ได้โก่นสร้างที่ป่าทำเป็นสวนผลไม้และครอบครองตลอดมา ต่อมาเดือนธันวาคม 2498 จำเลยบุกรุกเข้ามาตัดต้นผลไม้เสียหายรวม 4,600 บาท ขอให้ขับไล่จำเลยและบริวารและแสดงว่าที่รายนี้เป็นของโจทก์ กับให้จำเลยใช้ค่าเสียหาย 4,600 บาท และดอกเบี้ยจำเลยต่อสู้ว่าเมื่อ 14-15 ปีมาแล้วจำเลยโก่นสร้างที่ว่างเปล่าทำเป็นสวนขึ้น 1 แปลงและได้ครอบครองตลอดมาจนได้ใบเหยียบย่ำเมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2497 และตัดฟ้องว่าเมื่อเดือน 3 พ.ศ. 2497 จำเลยได้จ้างนายแดงถางที่รายนี้ โจทก์หาว่านายแดงบุกรุก เจ้าพนักงานสอบสวนแล้วปล่อย นายแดงและสั่งให้โจทก์ไปฟ้องศาลเรื่องสวนรายพิพาทแต่โจทก์ไม่ฟ้องจนเลยมา 2 ปีเศษแล้ว คดีโจทก์ขาดอายุความโจทก์ จำเลยรับกันว่าที่พิพาทคือในวงเส้นสีดำ ของแผนที่กลางศาลชั้นต้นพิพากษาว่าโจทก์มีสิทธิในที่พิพาทดีกว่าจำเลยให้ขับไล่จำเลยและบริวาร และให้จำเลยใช้ค่าเสียหาย 560 บาทกับดอก