ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1298/2501อัยการจังหวัดนครสวรรค์โจทก์นายประไพ เกษศรีจำเลย ป.วิ.อ. ก่อนศาลพิพากษา จำเลยขอแก้คำให้การที่รับสารภาพไว้แล้ว ศาลพิจารณาตามสำนวนนอกไปจากเหตุที่จำเลยอ้างขึ้น ถ้ามีเหตุสมควรก็อนุญาตได้คดีเรื่องนี้โจทก์ฟ้องกล่าวความว่า เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2498 เวลากลางคืน จำเลยบังอาจใช้อาวุธปืนลูกซองยาวยิงนายแต้มพูลสำลี 1 นัด โดยเจตนาฆ่า นายแต้มได้รับบาดเจ็บสาหัสและขาดใจตายเพราะพิษบาดแผลในคืนนั้นเอง ปรากฏตามรายงานชันสูตรพลิกศพท้ายฟ้องเหตุเกิดที่ตำบลตาสัง อำเภอบรรพตพิสัย จังหวัดนครสวรรค์ ขอให้ลงโทษตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 249 และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288จำเลยให้การรับสารภาพตามโจทก์ฟ้องศาลชั้นต้นสืบพยานโจทก์ประกอบคำรับสารภาพของจำเลยเสร็จในวันเดียวกับวันที่โจทก์ยื่นฟ้องนั้น และจำเลยไม่ติดใจสืบพยานศาลนัดอ่านคำพิพากษาในวันต่อไป ก่อนถึงวันอ่านคำพิพากษา จำเลยได้ยื่นคำร้องขอถอนคำให้การเดิม โดยอ้างว่ามิใช่เป็นคำรับที่สมัครใจของจำเลย จำเลยถูกเจ้าพนักงานสอบสวนบังคับขู่เข็ญให้รับ ไม่อาจขัดขืนได้จึงต้องทนรับศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีนี้เสร็จการพิจารณาของศาลโดยจำเลยให้การรับสารภาพและโจทก์สืบพยานประกอบแล้ว ทั้งจำเลยก็แถลงไม่ติดใจสืบพยานจำเลยแล้ว คงเหลือแต่ศาลจะพิพากษาเท่านั้น จำเลยมิได้อ้างเลยว่า การที่จำเลยให้การรับสารภาพต่อศาลเกิดจากการกระทำไม่ชอบของศาลเพราะเหตุใด และการพิจารณาก็เสร็จสิ้นแล้ว จึงไม่อนุญาตให้จำเลยถอนคำให้การ และพิพากษาว่า จำเลยได้กระทำผิดจริงดังโจทก์ฟ้องเป็นผิดตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 249 และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ด้วย แต่กฎหมายลักษณะอาญาถูกยกเลิกไปแล้วจึงใช้ประมวลกฎหมายอาญาลงโทษแก่จำเลย โดยให้ลงโทษจำคุกจำเลย 16 ปี ลดโทษให้กึ่