ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 916/2521

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 916/2521ธนาคารกรุงเทพ จำกัดโจทก์ห้างหุ้นส่วนจำกัด ล.แสงทอง กับพวกจำเลยเจ้าหนี้ผู้ขอรับชำระหนี้จำเลยธนาคารกรุงไทย จำกัดจำเลย ป.พ.พ. ม. 194, ม. 368, ม. 856, ม. 1002 พ.ร.บ.การธนาคารพาณิชย์ พ.ศ.2505 ลูกหนี้เปิดเลตเตอร์ออฟเครดิตกับธนาคารเจ้าหนี้ ซื้อของจากต่างประเทศ ผู้ขายส่งของเข้ามายังธนาคารเจ้าหนี้แล้ว ลูกหนี้ไม่มีเงินชำระราคาจึงทำสัญญาทรัสตร์รีซีทรับของไปขายก่อน จะนำเงินมาชำระภายหลังลูกหนี้สลักหลังเช็คที่ลูกหนี้เป็นผู้ทรงขายลดแก่ธนาคารเจ้าหนี้ ดังนี้ หนี้ตามสัญญาทรัสต์รีซีทไม่ได้กำหนดดอกเบี้ยไว้จึงเรียกได้ร้อยละ 7 ครึ่งต่อปีตั้งแต่วันผิดนัด ไม่มีประเพณีหรือบทบัญญัติในพระราชบัญญัติธนาคารพาณิชย์ฯให้เรียกได้มากกว่านั้นธนาคารเจ้าหนี้ฟ้องเรียกเงินตามเช็คเมื่อธนาคารเรียกเก็บเงินไม่ได้เป็นการฟ้องตามเช็คอายุความ 1 ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา1002 แม้ลูกหนี้มีบัญชีกระแสรายวันกับธนาคารก็ไม่ใช่บัญชีเดินสะพัดที่จะใช้อายุความ 10 ปีเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้เห็นควรให้ลูกหนี้ชำระหนี้แก่ธนาคารเจ้าหนี้ โดยให้ดอกเบี้ยร้อยละ 7 ครึ่งต่อปี ตั้งแต่วันผิดนัด รวมเป็นเงิน 952,233.24 บาท ศาลชั้นต้นมีคำสั่งเห็นชอบ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้จำนวนเงินเพิ่มให้ถูกต้องอีก 43.12 บาท ธนาคารเจ้าหนี้ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "สำหรับหนี้ตามสัญญาทรัสต์รีซีทข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติได้ว่า ลูกหนี้ได้เปิดเลตเตอร์ออฟเครดิตกับธนาคารเจ้าหนี้ในการสั่งซื้อสินค้าจากต่างประเทศ และบริษัทต่างประเทศได้รับเลตเตอร์ออฟเครดิตสั่งซื้อสินค้าแล้ว ก็ได้จัดส่งสินค้านั้นมาให้ธนาคารเจ้าหนี้ในประเทศไทย โดยตัวแทนธนาคารเจ้าหนี้ในต่างประเทศได้ออกเงินชำระราคาสินค้าแทนธนาคาร