ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 995/2521

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 995/2521กรมทางหลวงโจทก์นายเหลาะ เอบเบ็นหมาดจำเลย ป.พ.พ. ม. 1367 ป.รัษฎากร จำเลยครอบครองที่พิพาทอยู่ก่อน โจทก์เคยนำวัสดุก่อสร้างมากองและสร้างที่พักคนงานในที่พิพาทบางส่วนเป็นครั้งคราว ไม่ทำให้เห็นว่าจะครอบครองอย่างเป็นเจ้าของจำเลยจึงไม่ว่ากล่าวถือว่าจำเลยครอบครองที่พิพาทไม่ใช่โจทก์ อธิบดีกรมโจทก์มอบอำนาจให้ฟ้องความ โจทก์ไม่ต้องเสียอากรแสตมป์ในใบมอบอำนาจศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ห้ามจำเลยเกี่ยวข้องกับที่พิพาท จำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ที่จำเลยฎีกาว่า หนังสือมอบอำนาจซึ่งอธิบดีกรมโจทก์มอบให้นายสุธา รังสิกุล ฟ้องคดีนี้มิได้ปิดอากรแสตมป์ตามประมวลรัษฎากร โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องนั้น ศาลฎีกาเห็นว่า ประมวลรัษฎากรมาตรา 121 ตามที่แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร(ฉบับที่ 19) พ.ศ. 2508 มาตรา 27 บัญญัติว่า "ถ้าฝ่ายที่ต้องเสียอากรเป็นรัฐบาล เจ้าพนักงานผู้กระทำงานของรัฐบาลโดยหน้าที่บุคคล ผู้กระทำการในนามของรัฐบาล...ฯลฯ... อากรเป็นอันไม่ต้องเสีย..." ดังนั้น เมื่อโจทก์คดีนี้เป็นกรมในรัฐบาล อธิบดีซึ่งเป็นผู้แทนของกรมโจทก์มอบอำนาจให้ผู้หนึ่งผู้ใดฟ้องคดีแทน อากรสำหรับการมอบอำนาจซึ่งกรมโจทก์เป็นฝ่ายที่ต้องเสีย จึงเป็นอันไม่ต้องเสีย ตามนัยคำพิพากษาฎีกาที่ 1525/2508 ระหว่างกรมอนามัยโดยนายแพทย์กำจร ดวงแก้ว ผู้รับมอบอำนาจโจทก์ นายสุข ธุระทำ กับพวกจำเลย" ฯลฯ "ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า ที่พิพาทนี้เป็นของจำเลยมาตั้งแต่ พ.ศ. 2477 กรมโจทก์เริมสร้างทางหลวงสายหาดใหญ่ - รัตภูมิ ผ่านด้านเหนือของที่พิพาทตั้งแต่ พ.ศ. 2485 จำเลยครอบครองที่พิพาทโดยเคยปลูกกอเตยไว้เป็นแนวเขตด้านตะวันออกและด้านเหนือ ขุดบ่อน้ำไว้ในที