ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2510/2521

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2510/2521นางเจียร ธันวารชร ฯโจทก์นางบริรักษ์นิติเกษตร์ กับพวกจำเลย ป.พ.พ. ม. 1453, ม. 1466 พ.ร.บ.ให้ใช้บทบัญญัติบรรพ 5 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ พ.ศ.2477 สามีภริยาก่อนใช้บรรพ 5 พ.ศ.2477 ภริยาแยกไปอยู่ต่างหากจากสามี ไม่เข้ามาเกี่ยวข้องกันอีกเลยจนสามีตาย กำหนดเวลาทิ้งกันตามกฎหมายลักษณะผัวเมียในขณะนั้นอย่างมากเพียง 1 ปี 4 เดือน จึงถือเป็นการร้างกันแล้ว ทรัพย์สินที่เกิดในระหว่างร้างไม่เป็นสินสมรส สามีตายภริยาร้าง ไม่มีส่วนแบ่งสินสมรสจำเลยเป็นผู้จัดการมรดก ต. ไม่แบ่งทรัพย์ของ ต. ให้โจทก์ ซึ่งเคยเป็นภริยา ต. ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องที่โจทก์ขอแบ่งทรัพย์โจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ปัญหาข้อแรกที่โจทก์ฎีกาว่าคำให้การของจำเลยไม่แน่นอน คดีไม่มีประเด็นเรื่องโจทก์ทิ้งร้างจากนายตอไปนั้น ศาลฎีกาเห็นว่าการที่ศาลล่างยกปัญหาข้อนี้ขึ้นมาวินิจฉัยก็เพราะคดีมีประเด็นเรื่องทรัพย์ตามฟ้องเป็นสินสมรสหรือไม่อยู่ด้วย คือประเด็นที่ได้กำหนดไว้ ข้อ 5ตามกฎหมายเก่าก่อนใช้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 5 ถือว่าทรัพย์สินที่ฝ่ายใดหาได้มาระหว่างทิ้งร้างกันไม่ใช่สินสมรส สินสมรสจะมีขึ้นได้แต่ในระหว่างที่สามีภรรยายังดีกันอยู่มิได้ร้างกันไป และตามกฎหมายเก่าไม่มีบัญญัติไว้ดังเช่นประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1462และ 1466 วรรคสอง ฉะนั้นถ้าหากคดีปรากฏตามทางพิจารณาว่าโจทก์กับนายตอทิ้งร้างกัน ข้อเท็จจริงข้อนี้ศาลก็ย่อมจะต้องนำหลักกฎหมายเก่ามาปรับแก่ปัญหาว่าทรัพย์พิพาทเป็นสินสมรสหรือไม่ หาเป็นการวินิจฉัยนอกประเด็นแห่งคดีที่พิพาทกันดังที่โจทก์อ้างไม่ปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยต่อไปว่าโจทก์ได้ทิ้งร้างนายตอไปหรือไม่นั้นศาลฎีกาเห็นว่า ข้อเท็จจริงฟั