ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2520/2544

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2520/2544นาย วิชัย สมรูปโจทก์นาย เชาว์ดี บุญชูช่วยจำเลย ป.พ.พ. ม. 1387 ป.วิ.พ. ม. 142, ม. 243โจทก์ได้บรรยายฟ้องในตอนแรกแล้วว่าโจทก์ใช้ทางพิพาทเป็นเวลากว่า 20 ปี และโจทก์ได้บรรยายในตอนต่อมาว่าจำเลยได้ตกลงจดทะเบียนภารจำยอมให้มีผลสมบูรณ์ตามกฎหมายแต่ปรากฏว่าจำเลยปฏิเสธไม่ยอมไปจดทะเบียนภารจำยอมตามที่ตกลงกัน จึงขอให้ศาลบังคับจำเลยไปทำนิติกรรมจดทะเบียนภารจำยอมในที่ดินตาม น.ส.3 เลขที่ 2219 ของจำเลย ซึ่งจำเลยได้ให้การว่าทางพิพาทมิใช่ภารจำยอมและจำเลยไม่เคยตกลงกับโจทก์เพื่อจดทะเบียนภารจำยอม ประเด็นแห่งคดีจึงมีทั้งข้อที่จะต้องวินิจฉัยว่าทางพิพาทเป็นภารจำยอมโดยอายุความหรือไม่และโจทก์จะบังคับให้จำเลยจดทะเบียนทางพิพาทดังกล่าวให้เป็นภารจำยอมได้หรือไม่ เพราะหากทางพิพาทเป็นภารจำยอมโดยอายุความ โจทก์ย่อมบังคับให้จำเลยจดทะเบียนเป็นภารจำยอมได้แม้จำเลยมิได้ตกลงด้วยก็ตามโจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้อง ขอให้บังคับจำเลยจดทะเบียนทางภารจำยอมในที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.)เลขที่ 2219 เป็นถนนกว้าง 3 เมตร ยาวตลอดที่ดิน ถ้าจำเลยไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาตามคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลยจำเลยให้การขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษายกอุทธรณ์ของโจทก์ คืนค่าธรรมเนียมศาลในชั้นอุทธรณ์ทั้งหมดให้แก่โจทก์โจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงในเบื้องต้นรับฟังเป็นยุติว่า ที่ดินทั้งสี่แปลงตามแผนที่สังเขป เอกสารหมาย จ.2 เดิมเป็นที่ดินแปลงเดียวกันของนางแช่ม นิยกิจ ซึ่งเป็นยายโจทก์ ต่อมานางแช่มแบ่งที่ดินดังกล่าวออกเป็น 4 แปลง ให้แก่บุตร 4 คน โดยให้บุตรแต่ละคนไปขอออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) คือ หนังสือรับรองการท