ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1144/2545

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1144/2545สหกรณ์การเกษตรกำแพงแสน จำกัดโจทก์นาย จำลอง แก้วดอนไพรจำเลย ป.พ.พ. ม. 341 ป.วิ.พ. ม. 55, ม. 177 วรรคสามโจทก์ฟ้องว่า จำเลยเป็นสมาชิกของโจทก์ได้กู้ยืมเงินไปจากโจทก์และนำที่ดินมาจดทะเบียนจำนองเป็นประกัน ต่อมาจำเลยทำหนังสือรับสภาพหนี้ให้โจทก์ รับว่าเป็นหนี้เงินกู้กับหนี้ค่าเครื่องอุปโภคบริโภค และจำเลยไม่ชำระหนี้ดังกล่าวจึงเป็นการโต้แย้งสิทธิของโจทก์ โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องจำเลย แต่การที่จำเลยต่อสู้คดีและฟ้องแย้งว่าจำเลยเป็นสมาชิกผู้ถือหุ้นของโจทก์ซึ่งในแต่ละปีจำเลยมีสิทธิได้รับเงินปันผลจากโจทก์หลายแสนบาท ขอให้นำเงินค่าหุ้นและเงินปันผลของจำเลยไปหักกลบลบหนี้กับเงินกู้ที่โจทก์เรียกร้องนั้น เป็นการยกข้อต่อสู้ซึ่งสิทธิในเงินลงหุ้นและเงินปันผลที่จำเลยจะพึงได้รับจากโจทก์และเป็นฟ้องแย้งที่เกี่ยวกับเงินที่จำเลยลงหุ้นกับโจทก์เมื่อฟ้องเดิมของโจทก์มีมูลหนี้มาจากการฟ้องเรียกหนี้เงินกู้ ฟ้องแย้งของจำเลยจึงไม่เกี่ยวกับฟ้องเดิมพอที่จะรวมการพิจารณาและชี้ขาดตัดสินคดีเข้าด้วยกันได้โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องว่า จำเลยซึ่งเป็นสมาชิกของโจทก์ได้กู้ยืมเงินระยะสั้นไปจากโจทก์และได้จดทะเบียนจำนองที่ดินเป็นประกันหนี้แก่โจทก์ แต่เมื่อครบกำหนดชำระหนี้ จำเลยไม่ชำระ ต่อมาจำเลยได้ทำหนังสือรับสภาพหนี้ให้แก่โจทก์โดยยอมรับว่าเป็นหนี้เงินกู้ 198,000 บาท ยอมเสียดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 14.5 ต่อปี และค่าปรับอีกร้อยละ 3 ต่อปี ของต้นเงิน 150,000 บาท กับหนี้ค่าเครื่องอุปโภคบริโภคจำนวน36,586 บาท พร้อมค่าปรับอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ของต้นเงิน 35,004 บาท จนกว่าจะชำระเสร็จ หลังจากทำหนังสือรับสภาพหนี้แล้ว จำเลยผิดนัดไม่ชำระ ขอให้บังคับจำเลยชำระเงินจำนวน 232,125 บาท พร้อมดอกเบี้