ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1147/2545

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1147/2545ธนาคาร กรุงไทย จำกัด (มหาชนโจทก์บริษัท พรหมเทพสุทธา ณ รังษี จำกัด กับพวกจำเลย ป.วิ.พ. ม. 180โจทก์ส่งสำเนาบัญชีกระแสรายวันให้จำเลยแล้วตั้งแต่ขณะยื่นฟ้องตามเอกสารท้ายฟ้อง จำเลยสามารถตรวจสอบยอดหนี้และรายการคิดดอกเบี้ยได้มาตั้งแต่ต้น การที่จำเลยเพิ่งมายื่นคำร้องขอแก้ไขคำให้การภายหลังวันสืบพยานว่าเป็นหนี้โจทก์อยู่เพียงประมาณ 300,000 บาท จึงไม่ใช่กรณีที่จำเลยไม่อาจยื่นคำร้องขอแก้ไขคำให้การก่อนวันดังกล่าวได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 180คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสามให้ร่วมกันชำระเงินตามสัญญาบัญชีเดินสะพัด สัญญาค้ำประกันและสัญญาจำนองพร้อมดอกเบี้ยนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ หากไม่ชำระให้ยึดทรัพย์จำนองและทรัพย์สินอื่นของจำเลยทั้งสามออกขายทอดตลาดนำเงินชำระหนี้แก่โจทก์จำเลยทั้งสามให้การว่า จำเลยที่ 1 ไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์เนื่องจากตราที่ประทับในสัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชีไม่ใช่ตราสำคัญของจำเลยที่ 1 ที่จดทะเบียนไว้ตามกฎหมาย ส่วนจำเลยที่ 2 และที่ 3 ก็ไม่ต้องรับผิดตามสัญญาค้ำประกันเพราะสัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชีระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 1 ไม่มีผลผูกพันจำเลยที่ 1ขอให้ยกฟ้องก่อนสืบพยานโจทก์จำเลยทั้งสามยื่นคำร้องขอแก้ไขคำให้การว่า เอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 7 ซึ่งเป็นบัญชีกระแสรายวันนั้นโจทก์คิดดอกเบี้ยทบต้นตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2539 จนถึงวันฟ้องไม่ถูกต้องเพราะโจทก์บอกเลิกสัญญาบัญชีเดินสะพัดตั้งแต่วันดังกล่าวแล้ว และโจทก์มีสิทธิคิดดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 18 ถึง 21.5 ต่อปี ของต้นเงิน 12,906,705 บาท ไม่ใช่ของต้นเงิน14,633,799.29 บาท ตามที่โจทก์ฟ้อง ศาลชั้นต้นอนุญาตหลังจากสืบพยานโจทก์ไป 1 ปากแล้ว จำเลยที่ 1 ยื่