ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1441/2545นาย ประเสริฐ พจนาพิมลโจทก์นางสาว ยัง เต็มผักแว่นจำเลย ป.พ.พ. ม. 118 เดิมโจทก์จำเลยเจตนาผูกพันในเรื่องการกู้ยืมเงิน สัญญาขายฝากที่ทำไว้จึงเป็นนิติกรรมอำพรางการกู้ยืมเงินและตกเป็นโมฆะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 118 เดิม วรรคหนึ่ง ต้องบังคับตามสัญญากู้ยืมเงินซึ่งเป็นนิติกรรมที่ถูกอำพรางไว้ตามมาตรา 118 เดิม วรรคสองโดยถือว่าจำเลยได้มอบโฉนดที่ดินและบ้านพิพาทให้โจทก์ยึดถือไว้เป็นประกันหนี้เงินกู้ยืมเท่านั้น ทั้งจะต้องฟังว่าจำเลยได้กู้ยืมเงินโจทก์ จำเลยจึงไม่มีสิทธิขอให้โจทก์คืนโฉนดที่ดินพิพาทจนกว่าจำเลยจะชำระหนี้ตามสัญญากู้ยืมเงินให้แก่โจทก์จนครบถ้วน และเมื่อการขายฝากที่ดินพิพาทตกเป็นโมฆะดังกล่าวแล้วก็ต้องพิพากษาให้เพิกถอนเสียโจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2531 จำเลยขายฝากที่ดินโฉนดเลขที่ 18712 พร้อมบ้าน 1 หลัง ไว้แก่โจทก์ กำหนดไถ่คืน 1 ปี ครั้นถึงกำหนดจำเลยไม่ได้ไถ่คืนและไม่ออกไปจากบ้านและที่ดินดังกล่าว ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย โจทก์ไม่ประสงค์ให้จำเลยและบริวารอาศัยในบ้านและที่ดินพิพาท ขอให้บังคับจำเลยและบริวารออกไปจากบ้านและที่ดินพิพาท ห้ามมิให้เกี่ยวข้องอีกต่อไปให้จำเลยและบริวารย้ายชื่ออกจากสำเนาทะเบียนบ้านพิพาทหากไม่ย้ายชื่อออกให้ถือเอาตามคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลยและบริวารให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เดือนละ 2,500 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยและบริวารออกไปจากบ้านและที่ดินพิพาทจำเลยให้การและฟ้องแย้งว่า โจทก์และจำเลยมิได้มีเจตนาที่จะทำสัญญาขายฝากกันจริงแต่อย่างใด สัญญาดังกล่าวทำขึ้นเพื่ออำพรางสัญญากู้ยืมเงินที่จำเลยกู้ยืมโจทก์จำนวน 70,000 บาท เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2531 สัญญาขายฝากดั