ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 200/2499

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

  • มาตรา 4 พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายลักษณะอาญา
  • มาตรา 3 พระราชบัญญัติป้องกันการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 200/2499พนักงานอัยการจังหวัดสงขลาโจทก์นายสันยก จีนกลับ ที่ 1 นายงะ หมัดเละ ที่ 2นายอ่ำ เพ็ชร์คง ที่ 3 นายเล็ก ขุนทอง ที่ 4จำเลยนายกมล หรือสุย หรือฉุย โลห์สกุล ที่ 5จำเลย ป.วิ.อ. ฟ้องว่ามีผู้ตั้งสมาคมปกปิดวิธีการ เพื่อการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ฯลฯ จำเลยรู้แล้วเข้าเป็นสมาชิกและอุดหนุนให้ที่พักอาศัยที่ประชุมชักชวนคนเข้าเป็นสมาชิก ให้เงินเสบียงอาหาร ฯลฯ โดยยืนยันซ้ำว่าเพื่อการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ไม่อ้างถึงอั้งยี่เลยแม้จะอ้าง มาตรา180 มาด้วย ก็ไม่เป็นฟ้องที่จะลงโทษตาม มาตรา180 ได้คดีเรื่องนี้โจทก์ฟ้องกล่าวความว่า เมื่อระหว่างวันที่ 13 พฤศจิกายน 2495ถึงวันที่ 26 ธันวาคม 2496 ทั้งกลางวันและกลางคืนได้มีบุคคลคณะหนึ่ง ซึ่งประกอบด้วยคนต่างด้าวชาติจีนและอื่น ๆ ได้สมคบกันตั้งขึ้นเป็นสมาคมหรือองค์การอันปกปิดวิธีการ กระทำการให้ปรากฏแก่คนทั้งหลายด้วยวาจา ลายลักษณ์อักษร และเอกสารตีพิมพ์และสะสมกำลังเครื่องศาสตราวุธเพื่อกระทำการอันเป็นคอมมิวนิสต์ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงประเพณีการเมือง และการเศรษฐกิจของประเทศไทย โดยใช้กำลังบังคับหรือกระทำร้ายและเพื่อให้ราชอาณาจักร หรือส่วนใดส่วนหนึ่งของราชอาณาจักรตกอยู่ภายใต้อำนาจอธิปไตยของรัฐอื่น และเพื่อให้เอกราชของประเทศไทยเสื่อมไปอันเป็นการที่มิชอบด้วยกฎหมาย และระหว่างวันเวลาดังกล่าว จำเลยในคดีนี้ซึ่งเป็นบุคคลสัญชาติไทย ได้ทราบความประสงค์ของบุคคลคณะนั้นแล้ว ได้บังอาจสมคบกันกระทำผิดกฎหมายหลายบทหลายกระทงต่างกรรมต่างวาระกันกล่าวคือ(ก) จำเลยบังอาจสมคบกันเป็นสมาชิกขององค์การอันเป็นคอมมิวนิสต์และสมคบกันกระทำการอุดหนุนแก่องค์การ และสมาชิกขององค์การนั้นอันเป็นคอมมิวนิสต์ ด้วยการให้ที่พักอาศัยหรือที่ประชุมและช