ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 260/2499

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 260/2499นางเติม ไกลบาป (หม้ายโจทก์ผู้ร้องสอดโจทก์นายถิว ไกลบาปโจทก์นายเพิ่ม ไกลบาปจำเลย ป.พ.พ. พินัยกรรมมีความตอนต้นว่า ยกทรัพย์ให้ พ. ตอนต่อไประบุทรัพย์ แล้วมีความว่าขอมอบพินัยกรรมนี้แก่ พ.ให้พ. จัดการมรดกตามพินัยกรรมนี้ย่อมแปลความได้ว่า เป็นพินัยกรรมที่ยกทรัพย์ให้ พ. ผู้เดียวคู่ความคือ โจทก์ จำเลย และผู้ร้องสอด รวมทั้ง 3 คนนี้เป็นบุตรนายพริ้ง นางทา ไกลบาป ชั้นเดิมนายพริ้ง นางทา โอนที่ดินโฉนดที่ 2351และ 2415 ในตำบลพลิ้ว อำเภอแหลมสิงห์ จังหวัดจันทบุรีให้แก่นายถิว (ผู้ร้องสอด) คนเดียว ต่อมานายพริ้งตาย ใน พ.ศ. 2492 นางทาฟ้องขอเรียกที่ 2 แปลงนี้คืนจากนายถิว อ้างเหตุนายถิวประพฤติเนรคุณ ในคดีแพ่งของศาลจังหวัดจันทบุรี เลขดำที่ 67/2492 แดงที่ 59/2492 ครั้นวันที่ 7 มกราคม 2494 นางทาถึงแก่กรรมลงในระหว่างความ นายเพิ่ม ไกลบาป (จำเลยคดีนี้) เข้ารับมรดกความดำเนินคดีต่อมา คดีถึงที่สุดตามคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 947/2495 ฟังว่านายถิวประพฤติเนรคุณ ให้เพิกถอนการให้เฉพาะที่ยังเป็นส่วนของนายถิวคืนให้นางทาทั้ง 2 โฉนด คู่ความได้ฟังคำพิพากษาฎีกานี้ เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2496แล้วโจทก์ยื่นคำฟ้องคดีเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2496 ขอแบ่งมรดกของนางทา คือส่วนกรรมสิทธิ์ 2 โฉนด ของนางทาที่ได้คืนมารวมทั้งเงินค่าประมูลทรัพย์ระหว่างความในคดีโน้นอีก 1,000 บาท จำเลยให้การตัดฟ้องว่า ขาดอายุความ และนางทาได้ทำพินัยกรรมยกทรัพย์มรดกทั้งหมดให้จำเลย ขอให้ยกฟ้อง หรือหากจะต้องแบ่งก็ขอให้หักค่าที่จำเลยออกทำศพให้นางทาไป 3,000 บาทออกเสียก่อนนายถิว ร้องสอดขอรับส่วนมรดกด้วยศาลชั้นต้นพิจารณาฟังว่า นางทาทำพินัยกรรมยกทรัพย์มรดกทั้งหมดให้จำเลยคนเดียว บุตรอื่นจึงไม่มีทางได้