ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 378/2499พระภิกษุเรื่อง วงษ์วิจารณ์โจทก์สมเด็จพระวันรัต (ปลอดกิติโสภโน) สังฆนายก ที่ 1 กรมการศาสนา โดยนายบุญช่วย สมพงษ์ อธิบดี ที่ 2จำเลย พ.ร.บ.คณะสงฆ์ พ.ศ.2484 ม. 7, สังฆาณัติระเบียบพระอุปัชฌายะ 2487 ป.พ.พ. ม. 423การที่จะขอบวชหรืออุปสมบทได้โดยถูกต้องตามพระราชบัญญัติคณะสงฆ์และสังฆาณัตินั้นจะต้องมีพระอุปัชฌายะซึ่งให้บรรพชาอุปสมบทได้แต่ที่โจทก์บวชโดยพระอุปัชฌายะในต่างประเทศซึ่งไม่ปรากฏว่าได้รับแต่งตั้งโดยถูกต้องให้เป็นผู้อุปสมบทเช่นนี้ย่อมถือว่าการบวชนั้นเป็นการถูกต้องตามพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ไม่ได้ การที่มีประกาศแถลงการณ์คณะสงฆ์ 2 ฉบับก็เนื่องจากที่โจทก์ต้องหาว่าประพฤติคลุกคลีกับมาตุคามจนถูกบังคับให้สึกแต่ใช้ถ้อยคำไม่เหมือนกันเท่านั้นไม่ได้หมายความว่าโจทก์ซ่องเสพเมถุนกับมาตุคามดังโจทก์ฎีกา จึงหาเป็นการละเมิดอย่างใดไม่โจทก์ฟ้องว่าโจทก์บวชโดยพระอุปัชฌายะที่นครจำปาศักดิ์ในเขตอินโดจีนถูกต้องตามพระธรรมวินัยแล้วมาจำพรรษาอยู่วัดใหม่พิมสุวรรณ จำเลยได้ประกาศและโฆษณาว่าโจทก์เป็นพระภิกษุต้องอธิกรฉายาปราชิกฐานคลุกคลีกับมาตุคามห้ามเจ้าอาวาสวัดใด ๆ รับโจทก์ไว้ ซึ่งไม่ใช่ความจริงเป็นการละเมิดและเสียหายแก่โจทก์และขอให้เพิกถอนประกาศและใช้ค่าเสียหายจำเลยให้การว่าโจทก์ไม่ได้บวชจากพระอุปัชฌายะที่แต่งตั้งตามสังฆาณัติ จึงไม่มีสิทธิฟ้อง ประกาศนั้นชอบแล้ว ไม่เป็นการละเมิดสิทธิอย่างใด โจทก์ไม่เสียหายศาลชั้นต้นเห็นว่าการบวชของโจทก์มิชอบและจำเลยกระทำตามหน้าที่พิพากษายกฟ้องและศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกาว่าแม้โจทก์จะบวชโดยอุปัชฌายะในต่างประเทศก็เป็นการถูกต้องตามพระธรรมวินัย และว่าประกาศแถลงการณ์เป็นการละเมิดศาลฎีกาเห็นว่าตามพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. 2