ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 841/2499

ประเด็นกฎหมาย

สิทธิไล่เบี้ยของผู้สลักหลังเช็คที่จ่ายเงินตามเช็คให้แก่ผู้ทรงแล้วแต่ขึ้นเงินจากธนาคารไม่ได้

หลักกฎหมาย

ผู้สลักหลังเช็คที่จ่ายเงินตามเช็คให้แก่ผู้ทรงไปแล้วเพราะไปขึ้นเงินจากธนาคารไม่ได้ ย่อมมีสิทธิไล่เบี้ยจากผู้สั่งจ่าย

คำวินิจฉัย

พิพากษาแก้เฉพาะที่จำเลยฟ้องแย้งเป็นให้โจทก์และจำเลยที่ 2 ร่วมกันรับผิดใช้เงิน 10,000 บาทแก่จำเลยที่ 1 พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปีนับแต่วันฟ้องแย้ง

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์จ่ายเงินให้จำเลยทั้งสองแลกกับเช็คที่จำเลยที่ 1 ออกและจำเลยที่ 2 สลักหลัง ต่อมานำเช็คไปขึ้นเงินไม่ได้ จำเลยที่ 1 ฟ้องแย้งว่าโจทก์ออกเช็คให้จำเลยที่ 2 แล้วจำเลยที่ 2 สลักหลังให้จำเลยที่ 1 ซึ่งจ่ายเงินไปแล้วแต่ขึ้นเงินไม่ได้

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 841/2499นายศรีเกษม หุตายนโจทก์นายยิบเข่ง แซ่ดั่น ที่ 1 นายกีฮี แซ่ตั้ง ที่ 2จำเลย ป.พ.พ. ผู้สลักหลังเช็ค จ่ายเงินตามเช็คให้แก่ผู้ทรงไปแล้วเพราะไปขึ้นเงินจากธนาคารไม่ได้ ย่อมมีสิทธิไล่เบี้ยจากผู้สั่งจ่ายโจทก์ฟ้องกล่าวว่า เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2496 จำเลยทั้งสองขอให้โจทก์จ่ายเงิน 35,000 บาทให้ก่อน โจทก์จึงจ่ายให้แล้วจำเลยที่ 1 ออกเช็คให้ 2 ฉบับ โดยจำเลยที่ 2 เซ็นสลักหลัง ดังสำเนาท้ายฟ้องครั้นถึงวันกำหนดในเช็ค โจทก์นำเช็คสองฉบับไปขอเบิกเงินจากธนาคารกสิกรไทย จำกัด ๆ ไม่จ่ายเงินให้เพราะจำเลยที่ 1 ไม่มีเงินในธนาคารพอที่จะจ่ายให้แก่โจทก์ ขอให้จำเลยใช้เงิน 35,000 บาทให้แก่โจทก์ และเสียดอกเบี้ยร้อยละ 7 ครึ่งต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระให้เสร็จจำเลยที่ 2 ให้การว่า จำเลยที่ 2 ได้เซ็นชื่อหลังเช็คที่โจทก์ฟ้องจริง แต่จำเลยที่ 1 คนเดียวเป็นผู้รับเงินไปจากโจทก์ ขอให้โจทก์เร่งรัดเอาชำระหนี้จากจำเลยที่ 1 ก่อน ขาดเหลือเท่าใดจำเลยที่ 2 ชำระให้จนครบจำเลยที่ 1 ให้การว่า จำเลยที่ 1 และที่ 2 ไม่เคยขอให้โจทก์จ่ายเงินและไม่เคยได้รับเงิน 35,000 บาทไปจากโจทก์เลย เช็คที่โจทก์นำมาฟ้องจำเลยมิได้ออกให้แก่โจทก์ จำเลยที่ 1 จ่ายเช็คสองฉบับนั้นให้จำเลยที่ 2 ยืมไปเพื่อให้เจ้าหนี้ยึดไว้เป็นประกัน จำเลยที่ 2 รับรองว่าจะคืนเช็คให้แก่จำเลยที่ 1 แต่แล้วก็ไม่คืนให้และฟ้องแย้งว่า โจทก์ออกเช็คธนาคารกรุงเทพพาณิชย์การ 10,000 บาท ให้จำเลยที่ 2 จำเลยที่ 2 สลักหลังเช็คนำเช็คมาขึ้นเอาเงินไปจากจำเลยที่ 1 จำเลยขอยืมเงิน นายกีเส่งให้จำเลยที่ 2 ไป 10,000 บาทต่อมาได้นำเช็คไปขึ้นเงินที่ธนาคาร แต่โจทก์ไม่มีเงินในธนาคาร จึงยังไม่ได้รับเงินตามเช็ค ขอให้โจทก์และจำเลยที่ 2 ร่วมก