ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1938 - 1945/2499

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1938 - 1945/2499อัยการจังหวัดเลยโจทก์นางสำลี .....ฯลฯ......ฯลฯ.....ฯลฯจำเลย พ.ร.บ.การทะเบียนคนต่างด้าว พ.ศ.2493 ม. 13, ม. 20 พ.ร.บ.การทะเบียนคนต่างด้าว (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2495 ม. 4 พ.ร.บ.สัญชาติ พ.ศ.2456 พ.ร.บ.สัญชาติ พ.ศ.2495 ม. 16 ทวิ พ.ร.บ.สัญชาติ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2496 ม. 5การขาดจากสัญชาติไทยตาม พระราชบัญญัติสัญชาติ (ฉบับที่ 2)พ.ศ.2496 ต้องเป็นไปด้วยใจสมัครเมื่อบุคคลยังมีสัญชาติไทยอยู่ ก็ไม่มีหน้าที่ต้องมีใบสำคัญหรือต่ออายุใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าวโจทก์ฟ้องว่าจำเลยเป็นคนต่างด้าว ไม่ต่ออายุใบสำคัญประจำตัวฯและไม่มีใบสำคัญประจำตัวฯจำเลยปฏิเสธศาลจังหวัดเลยฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยทุกคนเดิมมีสัญชาติเป็นไทยตาม พระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ. 2456 เพราะเกิดในราชอาณาจักรไทย การที่จำเลยบางคนสมรสกับคนต่างด้าว จำเลยก็มิได้สละสัญชาติไทย จำเลยจึงได้ใบทะเบียนต่างด้าวมาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย จำเลยไม่จำต้องมีใบทะเบียนประจำตัวคนต่างด้าว และไม่มีหน้าที่ต้องขอต่ออายุใบสำคัญนั้น พิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกาว่า(1) มาตรา 16 ทวิแพ่ง พระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ. 2495 เพิ่มเติมโดย มาตรา 5 แห่ง พระราชบัญญัติสัญชาติ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2496 ที่บัญญัติว่า "บุคคลผู้มีสัญชาติไทย เพราะเกิดในราชอาณาจักร แต่บิดาเป็นคนต่างด้าวนั้น ถ้าได้รับใบสำคัญประจำตัวตามกฎหมายว่าด้วยการทะเบียนคนต่างด้าวแล้ว ให้ขาดจากสัญชาติไทย ไม่ว่าจะได้รับใบสำคัญประจำตัวก่อนหรือหลังวันใช้ พระราชบัญญัตินี้บังคับ" นั้น ใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าวที่เจ้าพนักงานออกให้ย่อมใช้ได้ตามมาตรานี้ทั้งสิ้นไม่ต้องคำนึงว่า ผู้ได้รับใบสำคัญได้ใบสำคัญนั้นมาโดยสมัครใจหรือไม่(2) จำเลยเสียสัญชาติไทย