ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1367/2544นาย อีซา ฝาอิดิน (ฟาอิดิน) กับพวกโจทก์มัสยิดยัมอียะตุ้มมุสลีมินจำเลย ป.พ.พ. ม. 1658, ม. 1684จ. ทำพินัยกรรมไว้ที่อำเภอระบุว่า ขอมอบที่ดินให้เป็นสมบัติแก่สุเหร่าคันนายาวเพื่อเก็บเงินซึ่งได้จากค่าเช่าที่ดินใช้เป็นประโยชน์ในทางกุศลของสุเหร่าคันนายาว จะทำการหักโอนให้เป็นสิทธิโดยสมบูรณ์ได้ต่อเมื่อสุเหร่าคันนายาวได้จดทะเบียนเป็นมูลนิธิถูกต้องตามกฎหมายแล้ว เป็นการแสดงถึงเจตนาโดยแน่ชัดของจ. ว่า จะยกที่ดินให้แก่สุเหร่าคันนายาวเมื่อได้จดทะเบียนเป็นมูลนิธิแล้ว แม้ภายหลังจำเลยมิได้จดทะเบียนเป็นมูลนิธิแต่ก็ได้จดทะเบียนเป็นมัสยิด ซึ่งมีลักษณะเป็นองค์การสาธารณกุศลตรงตามวัตถุประสงค์ของ จ. ที่ดินจึงตกเป็นของจำเลย โจทก์ซึ่งเป็นผู้จัดการมรดกของ จ. ไม่มีอำนาจนำมาแบ่งปันแก่ทายาทโดยธรรมอีกต่อไปโจทก์ทั้งสามฟ้องว่า โจทก์ทั้งสามเป็นผู้จัดการมรดกของนางเจ๊ะ ฟาอิดิน ตามคำสั่งศาลแพ่งคดีหมายเลขแดงที่ 18047/2530 นางเจ๊ะมีทรัพย์มรดกเป็นที่ดินโฉนดเลขที่ 1493 เนื้อที่ 12 ไร่ 40 ตารางวา จำเลยยึดหน่วงครอบครองโฉนดที่ดินดังกล่าวไว้โดยไม่มีเหตุอันสมควรโจทก์ทั้งสามไม่สามารถแบ่งปันมรดกให้เสร็จสิ้นได้ ขอให้บังคับจำเลยส่งมอบโฉนดที่ดินเลขที่ 1493 ตำบลคันนายาว อำเภอบางกะปิ กรุงเทพมหานครแก่โจทก์ทั้งสามหากส่งมอบไม่ได้ ขอให้มีคำสั่งให้เจ้าพนักงานที่ดินออกโฉนดที่ดินแทนโฉนดที่ดินที่สูญหายจำเลยให้การว่า ก่อนนางเจ๊ะ ฟาอิดิน เจ้ามรดกถึงแก่กรรมเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2490 นางเจ๊ะได้ทำพินัยกรรมแบบเอกสารฝ่ายเมืองในเรื่องการจัดการทรัพย์สินของตนเอง โดยเฉพาะที่ดินโฉนดเลขที่ 1493 ให้ตกเป็นกรรมสิทธิ์แก่จำเลย (สุเหร่าคันนายาว)และนางเจ๊ะได้มีคำสั่งแต่งตั้งนายหะยีมาน ฟาอิดิน เป็