ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8139/2544นาย สิระ สุทธิคำโจทก์บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชนจำเลย ป.วิ.พ. ม. 177 วรรคสามโจทก์ฟ้องว่าทางพิพาทเป็นทางสาธารณะให้จำเลยรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกไป จำเลยให้การและฟ้องแย้งว่าทางพิพาทมิใช่ทางสาธารณะ แต่เป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลย ห้ามโจทก์เกี่ยวข้องและเรียกค่าเสียหาย ดังนี้ ประเด็นข้อพิพาทตามคำฟ้องและฟ้องแย้งย่อมมีว่าทางพิพาทเป็นทางสาธารณะหรือเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยอันเป็นประเด็นข้อพิพาทอย่างเดียวกัน หากข้อเท็จจริงฟังได้ว่าทางพิพาทมิใช่ทางสาธารณะ แต่เป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลย นอกจากจำเลยจะไม่ต้องรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกไปจากทางพิพาทแล้ว จำเลยยังมีสิทธิห้ามโจทก์เกี่ยวข้องและใช้ทางพิพาทได้ด้วย ส่วนข้ออ้างของจำเลยจะรับฟังได้หรือไม่ และจำเลยจะเรียกค่าเสียหายจากโจทก์ได้หรือไม่ เพียงใดนั้น เป็นเรื่องที่จะต้องว่ากล่าวกันในชั้นพิจารณาฟ้องแย้งเช่นนี้จึงเกี่ยวกับคำฟ้องเดิมและมิได้มีเงื่อนไขเลยว่าจะถือเป็นฟ้องแย้งต่อเมื่อจำเลยต้องแพ้คดีตามคำฟ้องเสียก่อนแต่อย่างใดโจทก์ฟ้องว่า โจทก์มีภูมิลำเนาอยู่ใกล้กับที่ดินของจำเลยโฉนดเลขที่ 29188 ตำบลลาดยาว อำเภอบางเขน (บางซื่อ) กรุงเทพมหานครกว้างประมาณ 8 เมตร ยาวประมาณ 203 เมตร โจทก์ได้ใช้ที่ดินดังกล่าวเป็นทางเข้าออกสู่ถนนพหลโยธินนานกว่า 20 ปีแล้ว ซึ่งจำเลยได้สละที่ดินแปลงดังกล่าวให้เป็นทางสาธารณะ เมื่อเดือนมิถุนายน 2541 จำเลยปลูกต้นไม้และสร้างสิ่งปลูกสร้างขึ้นในที่ดินดังกล่าว กว้างประมาณ1.5 เมตร ทำให้ถนนแคบลง ไม่สะดวกในการใช้สอย ขอให้พิพากษาให้ที่ดินดังกล่าว ตกเป็นทางสาธารณะหรือทรัพย์สมบัติของแผ่นดินให้จำเลยรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างทั้งหมดออกไปจากที่ดินดังกล่าวหากไม่รื้อขอให้โจทก์รื้อถอนเองโดยให้จำเลยเป็นผู้