ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1588 - 1589/2545

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1588 - 1589/2545นาย พมรพล มีพานิชผู้ร้องนาย สิน ทองไข่มุกด์ กับพวกผู้คัดค้าน ป.พ.พ. ม. 1649, ม. 1694 ป.วิ.พ. ม. 183, ม. 225 วรรคหนึ่งผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งตั้ง จ. เป็นผู้จัดการมรดกของ ส. ตามพินัยกรรม ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านว่า ส. ไม่ได้ทำพินัยกรรมเพราะลายพิมพ์นิ้วมือของผู้ทำพินัยกรรมไม่ใช่ของ ส. พินัยกรรมดังกล่าวจึงไม่มีผลใช้บังคับ โดยมิได้คัดค้านว่าขณะที่ ส. ทำพินัยกรรมมีสติสัมปชัญญะไม่สมบูรณ์ ประเด็นข้อพิพาทจึงมีเพียงว่าลายพิมพ์นิ้วมือของผู้ทำพินัยกรรมเป็นของ ส. ผู้ตายหรือไม่เท่านั้น การที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า ขณะที่ ส. ทำพินัยกรรมมีสติสัมปชัญญะสมบูรณ์ จึงเป็นการวินิจฉัยนอกประเด็นที่พิพาท ดังนั้น ที่ผู้คัดค้านอุทธรณ์ว่า ขณะที่ ส. ทำพินัยกรรมมีสติสัมปชัญญะสมบูรณ์นั้น จึงเป็นการอุทธรณ์ในข้อที่ไม่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้น ต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 225 วรรคหนึ่ง และที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยอุทธรณ์ของผู้คัดค้านในประเด็นนี้จึงไม่ชอบเช่นกัน ข้อเท็จจริงต้องฟังว่า ขณะที่ ส. ทำพินัยกรรมนั้น ส. มีสติสัมปชัญญะสมบูรณ์ เมื่อปรากฏว่า ส. ทำพินัยกรรมไว้ 2 ฉบับ โดยพินัยกรรมฉบับหลัง ส. ระบุให้เพิกถอนพินัยกรรมฉบับก่อน จึงต้องบังคับตามพินัยกรรมฉบับหลังที่ระบุให้ จ. เป็นผู้จัดการมรดกคดีทั้งสองสำนวนนี้ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้รวมการพิจารณาเข้าด้วยกัน โดยเรียกผู้ร้องสำนวนแรกซึ่งเป็นผู้คัดค้านสำนวนที่สองว่า ผู้ร้อง เรียกผู้ร้องสำนวนที่สองซึ่งเป็นผู้คัดค้านที่ 1 สำนวนแรกว่า ผู้คัดค้านที่ 1 และเรียกนางบุญเหลือ บัวรี ผู้คัดค้านที่ 2ในสำนวนแรกว่า ผู้คัดค้านที่ 2สำนวนแรกผู้ร้องยื่นคำร้องขอว่า ผู