ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2974/2545

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2974/2545นาง สำราญ ขุนจำนงค์โจทก์นาง ทุเรียน บุญศรีจำเลย ป.พ.พ. ม. 1369 ป.วิ.พ. ม. 55ตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 55 ผู้ที่จะยื่นฟ้องคดีต่อศาลจะต้องถูกโต้แย้งเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมาย หรือจะต้องใช้สิทธิทางศาล คือต้องมีกฎหมายรองรับว่ามีสิทธิหรือหน้าที่หรือจะต้องใช้สิทธิทางศาลแต่ตามคำฟ้องที่ดินพิพาทเป็นที่ดินมีโฉนดมีชื่อจำเลย จำเลยจึงเป็นผู้มีกรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาท โจทก์อ้างว่าตนมีเพียงสิทธิครอบครอง จึงไม่มีกฎหมายรองรับให้โจทก์อ้างสิทธิครอบครองเหนือกรรมสิทธิ์ได้ ทั้งไม่ปรากฏว่าตามคำฟ้องจำเลยเข้าเกี่ยวข้องกับที่ดินพิพาทอันเป็นการโต้แย้งสิทธิของโจทก์แต่อย่างใด ส่วนประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1369 ที่โจทก์อ้างก็เป็นข้อสันนิษฐานของกฎหมายว่าผู้ยึดถือทรัพย์สินเพื่อตนเป็นผู้ได้สิทธิครอบครองเท่านั้น เมื่อไม่มีบทบัญญัติแห่งกฎหมายกำหนดหน้าที่ของผู้มีกรรมสิทธิ์หรือใช้สิทธิแก่ผู้ครอบครอง จึงเป็นกรณีที่ไม่มีข้อโต้แย้งเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่หรือมีเหตุที่จะต้องใช้สิทธิทางศาล โจทก์ไม่มีสิทธิยื่นฟ้องจำเลยต่อศาลโจทก์ฟ้องว่า ที่ดิน น.ส.3 ก. เลขที่ 807 ตำบลทะนง อำเภอโพทะเล จังหวัดพิจิตรซึ่งเปลี่ยนเป็นโฉนดที่ดินเลขที่ 11566 ตำบลทะนง อำเภอโพทะเล จังหวัดพิจิตร เนื้อที่ 1 งาน มีจำเลยเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ เมื่อประมาณ 25 ปี มาแล้ว โจทก์ซื้อที่ดินดังกล่าวบางส่วนจากมารดาโจทก์ ตกลงกันด้วยวาจา ต่อมาโจทก์ได้ปรับพื้นที่ที่ดินโดยทำเป็นที่อยู่อาศัยเนื้อที่กว้าง 7 เมตร ยาว 22 เมตร โจทก์เข้าครอบครองและปลูกบ้านอยู่อาศัยโดยความยินยอมของบิดามารดาโจทก์และจำเลยรวมทั้งพี่น้องทุกคน โจทก์ครอบครองมา 25 ปี โดยเจตนายึดถือเพื่อตนโ