ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3059/2545
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง
เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3059/2545นาง สุภาพร หมื่นสุวรรณ์หรือโพธิ์ประทุม กับพวกโจทก์นาย ธนิตย์ รักตะเมธากุลจำเลย ป.พ.พ. ม. 1387, ม. 1401การได้ภารจำยอมโดยอายุความนั้น ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1401 ให้นำบทบัญญัติว่าด้วยอายุความได้สิทธิดังกล่าวไว้ในลักษณะ 3 แห่งบรรพ 4 มาใช้บังคับโดยอนุโลมกล่าวคือ จะต้องเป็นกรณีที่เจ้าของสามยทรัพย์ได้ใช้ประโยชน์ในที่ดินภารยทรัพย์นั้นโดยความสงบและโดยเปิดเผย และด้วยเจตนาจะได้สิทธิภารจำยอมในที่ดินดังกล่าวตามมาตรา 1401 ประกอบด้วยมาตรา 1382ซึ่งกฎหมายมุ่งประสงค์ให้ถือเอาการใช้ประโยชน์ของเจ้าของสามยทรัพย์เป็นสำคัญโดยไม่ได้คำนึงว่าภารยทรัพย์นั้นจะเป็นของผู้ใดหรือเจ้าของสามยทรัพย์จะต้องรู้ตัวว่าใครเป็นเจ้าของภารยทรัพย์นั้น โจทก์ใช้ประโยชน์ในทางพิพาทกว้าง 2 เมตร ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของที่ดินมีโฉนดของจำเลยรวมไปกับทางสาธารณะกว้าง 2 เมตร โดยเข้าใจว่าเป็นทางสาธารณะทั้งหมดต้องถือว่าโจทก์ได้ใช้ทางพิพาทในลักษณะจะให้ได้สิทธิภารจำยอมในที่ดินดังกล่าวแล้วเมื่อใช้ติดต่อกันเกินกว่า 10 ปี โดยความสงบและโดยเปิดเผยโจทก์จึงได้ภารจำยอมในทางพิพาทโจทก์ทั้งห้าฟ้องว่า เมื่อประมาณกลางเดือนกรกฎาคม 2539 จำเลยซึ่งเป็นเจ้าของที่ดินโฉนดเลขที่ 10574 และ 10575 อันเป็นภารยทรัพย์ได้ปักหลักเขตด้วยเสาคอนกรีตตามแนวที่ดินของจำเลยทางด้านทิศตะวันตกติดกับทางสาธารณประโยชน์ตลอดแนวโดยปิดกั้นในที่ดินส่วนที่เป็นทางภารจำยอมซึ่งมีความกว้าง 2 เมตร ทำให้โจทก์ทั้งห้าซึ่งเป็นเจ้าของสามยทรัพย์ไม่สามารถใช้ทางภารจำยอมได้อีก ขอให้พิพากษาว่าที่ดินโฉนดเลขที่ 10574 และ 10575 ตำบลในเมือง อำเภอเมืองพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลกตลอดแนวทางด้านทิศตะวันตกมีความกว้าง 2 เมตร เป็นทางภารจำยอม