ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3255/2545นาง ละไม ประจวบกลางโจทก์นางสาว ผาสุข หวังปากลางจำเลย ป.พ.พ. ม. 453, ม. 456สัญญาซื้อขายระบุชื่อสัญญาว่าเป็นหนังสือสัญญาซื้อขายแต่เนื้อหาข้อตกลงในสัญญา ซึ่งตกลงกันว่าในระหว่างที่ผู้ขายยังไม่ส่งมอบทรัพย์สินที่ขายให้แก่ผู้ซื้อให้ถือว่ายังไม่มีการซื้อขายแสดงว่าก่อนส่งมอบทรัพย์สินยังไม่มีการซื้อขาย ที่ดินที่ซื้อขายก็มีหลักฐานเป็นโฉนดที่ดิน การส่งมอบทรัพย์สินนอกจากจะส่งมอบตัวทรัพย์คือที่ดินแล้วยังต้องมีการแบ่งแยกโฉนดที่ดินแล้วจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ให้จำเลยและจำเลยจะชำระเงินส่วนที่เหลือในวันที่โจทก์ส่งมอบที่ดิน คู่สัญญามีเจตนาจะไปโอนทรัพย์สินที่ซื้อขายกันในภายหลัง หามีเจตนาจะให้กรรมสิทธิ์โอนจากผู้ขายไปยังผู้ซื้อทันทีในวันทำสัญญาไม่ จึงเป็นสัญญาจะซื้อจะขายไม่ใช่สัญญาซื้อขายเสร็จเด็ดขาดโจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของที่ดินโฉนดเลขที่ 6259 เนื้อที่ 5 ไร่ 97 ตารางวาเมื่อปี 2534 จำเลยและบริวารเข้าอาศัยปลูกบ้านอยู่ในที่ดินดังกล่าวเนื้อที่ประมาณ 1 ไร่ ต่อมาในปี 2539 โจทก์ไม่ประสงค์ให้จำเลยและบริวารอยู่ในที่ดินต่อไป ได้บอกกล่าวให้จำเลยและบริวารออกไปจากที่ดิน แต่จำเลยเพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยพร้อมบริวารออกไปจากที่ดินดังกล่าวพร้อมรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกไป และให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เดือนละ 1,000 บาท นับแต่วันฟ้องไปจนกว่าจำเลยและบริวารจะออกไปจากที่ดินจำเลยให้การและฟ้องแย้งว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องขับไล่และเรียกค่าเสียหายจากจำเลย เนื่องจากโจทก์ได้ขายที่ดินส่วนที่จำเลยและบริวารอาศัยอยู่ให้แก่จำเลยเมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2534 ในราคา 20,000 บาท โจทก์ได้รับเงินไปในวันทำสัญญา10,000 บาท ส่วนที่เหลือชำระในวันที่ 14 ตุลาคม 2534 อันเป็นวันนัดโ