ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3257/2545บริษัท สแกนดิเนเวียลีสซิ่ง จำกัด (มหาชนโจทก์นาง นารี แตงไทย กับพวกจำเลย ป.วิ.พ. ม. 248คดีนี้ทุนทรัพย์ที่พิพาทในชั้นฎีกาไม่เกินสองแสนบาท ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคหนึ่ง แม้ฎีกาของจำเลยจะไม่ใช่ฎีกาในเนื้อหาแห่งคดี เป็นฎีกาคัดค้านเรื่องการใช้ดุลพินิจของศาลล่างทั้งสองที่ไม่อนุญาตให้ขยายระยะเวลาในวางเงินค่าธรรมเนียมตามมาตรา 229 ซึ่งเป็นปัญหาข้อเท็จจริงก็ต้องตกอยู่ในบังคับแห่งมาตรา 248 เช่นเดียวกันคดีสืบเนื่องจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน 112,533.33 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 12,533.33 บาท นับแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2541 ซึ่งเป็นวันฟ้องจนกว่าจะชำระเงินเสร็จแก่โจทก์ กับให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 2,000บาท เฉพาะค่าขึ้นศาลให้ใช้ตามทุนทรัพย์ที่โจทก์ชนะคดีจำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องขอขยายเวลาอุทธรณ์ 2 ครั้ง ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ขยายเวลาอุทธรณ์ไปถึงวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2542 ต่อมาวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2542 จำเลยที่ 2 ยื่นอุทธรณ์ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า จำเลยที่ 2 ไม่นำเงินค่าธรรมเนียมมาวางศาลภายในกำหนดระยะเวลาที่ขยาย จึงไม่รับอุทธรณ์ และในวันเดียวกันจำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องขอขยายเวลาวางเงินค่าธรรมเนียม ศาลชั้นต้นอนุญาตและจำเลยที่ 2 ได้ยื่นคำร้องขอขยายเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์อีก 3 ครั้ง ในครั้งที่ 3 ศาลชั้นต้นเห็นว่าศาลได้อนุญาตให้จำเลยที่ 2 ขยายเวลาชำระค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์ 2 ครั้ง แล้วครั้งที่ 3 จำเลยที่ 2 คงอ้างเหตุเหมือน 2 ครั้งแรกว่า เพราะจำเลยที่ 2 ไปต่างจังหวัดยังไม่กลับมาจึงนำเงินค่า