ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3765/2545นาย เจษฎา มณีวงศ์โจทก์ธนาคาร ไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) กับพวกจำเลย ป.พ.พ. ม. 346 พ.ร.บ.กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ พ.ศ.2530 ม. 23, ม. 24จำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นผู้จัดการกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ได้จ่ายเงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพแก่ธนาคารจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 1 ได้นำเข้าบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ของโจทก์ซึ่งเป็นลูกจ้างของจำเลยที่ 1 เงินจำนวนดังกล่าวทั้งหมดแม้จะอยู่ในบัญชีเงินฝากของโจทก์ซึ่งถือว่าเป็นทรัพย์สินของโจทก์แล้ว แต่ก็ยังจำแนกได้ว่าเงินจำนวนใดเป็นเงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพอยู่ มิได้ปะปนกับเงินอื่นของโจทก์จนไม่อาจแยกออกได้หรือได้ใช้สอยแปรเปลี่ยนไปเป็นทรัพย์สินอื่นแล้ว ดังนั้น การที่จำเลยที่ 1 หักเงินจำนวน 47,647.22บาท ซึ่งเป็นส่วนของเงินสมทบและผลประโยชน์ของเงินสมทบอันเป็นส่วนหนึ่งของเงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพของโจทก์จากบัญชีเงินฝากของโจทก์เพื่อชำระหนี้จำเลยที่ 1จึงขัดต่อเจตนารมณ์ของพระราชบัญญัติกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ พ.ศ. 2530 มาตรา 23,24 และยังเป็นการขัดต่อประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 346 จำเลยที่ 1จึงต้องคืนเงินที่หักไว้แก่โจทก์โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2538 จำเลยที่ 1 ได้จ้างโจทก์เข้าทำงานเป็นลูกจ้าง ได้รับค่าจ้างในอัตราสุดท้ายเดือนละ 11,065 บาท โจทก์ได้ลาออกจากงานตั้งแต่วันที่ 15 มกราคม 2544 จำเลยที่ 2 เป็นผู้จัดการกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ จำเลยที่ 1มีข้อกำหนดเกี่ยวกับเงินสะสมและเงินสมทบโดยให้โจทก์จ่ายเงินสะสมเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพจำเลยที่ 2 ทุกงวดการจ่ายค่าจ้างโดยหักจากค่าจ้างโจทก์ในอัตราร้อยละ 3ของค่าจ้าง และจำเลยที่ 1 จะจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนในอัตราร้อยละ 6 ของเงินค่าจ้างทุกงวดของการจ่ายค่าจ้างแก่โจทก์ ตั้งแต่วันที่ 2