ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4070/2545
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง
เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4070/2545ธนาคาร ศรีนคร จำกัดโจทก์นาย วีระชาติ ศิริยงวัฒนาจำเลย ป.วิ.พ. ม. 156เดิมจำเลยได้เคยยื่นคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาในชั้นอุทธรณ์แล้วครั้งหนึ่งศาลชั้นต้นเห็นว่าคดีของจำเลยไม่มีเหตุผลอันสมควรที่จะอุทธรณ์ให้ยกคำร้อง และศาลอุทธรณ์ได้มีคำสั่งยืนตามคำสั่งศาลชั้นต้น คำสั่งศาลอุทธรณ์ย่อมเป็นที่สุด คดีจึงฟังได้เป็นข้อยุติว่าคดีของจำเลยไม่มีเหตุผลอันสมควรที่จะอุทธรณ์ การที่จำเลยยื่นคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาในชั้นอุทธรณ์ครั้งใหม่ โดยอ้างเหตุว่ายากจนลงกว่าเดิมแม้จะฟังได้ตามข้ออ้างของจำเลย ศาลก็ไม่อาจอนุญาตให้จำเลยดำเนินคดีอย่างคนอนาถาในชั้นอุทธรณ์ได้คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องให้จำเลยชำระเงินตามสัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชียืม และบังคับจำนอง จำเลยให้การต่อสู้คดี ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน6,173,166.85 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 19 ต่อปี ในต้นเงิน 4,596,466.79 บาทนับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ หากไม่ชำระให้ยึดที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างกับทรัพย์สินอื่นของจำเลยออกขายทอดตลาดชำระหนี้จนครบถ้วนจำเลยอุทธรณ์โดยยื่นคำร้องขออุทธรณ์อย่างคนอนาถา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าคดีของจำเลยไม่มีเหตุผลอันสมควรที่จะอุทธรณ์ ให้ยกคำร้อง และให้จำเลยนำค่าขึ้นศาลอุทธรณ์มาวางศาลภายใน 15 วัน จำเลยไม่ปฏิบัติตาม ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์จำเลยอุทธรณ์คำสั่งศาลอุทธรณ์มีคำสั่งให้ยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของจำเลย หากจำเลยประสงค์จะอุทธรณ์ให้นำค่าธรรมเนียมศาลมาชำระต่อศาลชั้นต้นภายใน 15 วัน นับแต่วันทราบคำสั่ง หลังจากนั้นจำเลยขอขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมศาลอีกหลายครั้ง ครั้งสุดท้ายขอขยายระยะเวลาไปจนถึงวันที่ 11 สิงหาคม 2543 ก่อนครบ