ปัญหาข้อกฎหมายว่าการฟ้องขับไล่จำเลยซึ่งศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าไม่ใช่บริวารของผู้เช่าแล้วนั้น เป็นฟ้องซ้ำหรือไม่ และสิทธิของจำเลยในตึกพิพาทตามสัญญาเช่าที
สัญญาเช่าที่ไม่ได้จดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่มีผลใช้บังคับได้เพียง 3 ปี เมื่อครบกำหนดแล้วผู้ให้เช่าบอกเลิกสัญญาโดยชอบ ย่อมมีสิทธิฟ้องขับไล่ผู้เช่าได้ และการฟ้องขับไล่หลังจากศาลมีคำสั่งว่าจำเลยไม่ใช่บริวาร ไม่เป็นฟ้องซ้ำ
โจทก์มีสิทธิฟ้องขับไล่จำเลยได้
คดีเดิมโจทก์ยื่นคำร้องว่าจำเลยเป็นบริวารของผู้เช่า ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าจำเลยมิใช่บริวารให้ยกคำร้อง โจทก์จึงนำคดีใหม่มาฟ้องขับไล่จำเลย สัญญาเช่าระหว่างจำเลยกับผู้เช่าไม่ได้จดทะเบียน จำเลยอยู่ครบ 3 ปีแล้ว โจทก์บอกเลิกสัญญาโดยชอบ และห้องพิพาทไม่ใช่เคหะที่ได้รับความคุ้มครองตาม พ.ร.บ.ควบคุมการเช่าฯ
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1 - 6/2507นายเติม จารุจินดา ที่ 1 นายชุณ จารุจินดา ที่ 2โจทก์นางกุ้ยไถ่ แซ่เล้าจำเลยนายเติม จารุจินดา ที่ 1 นายชุณ จารุจินดา ที่ 2โจทก์นางซิวฮุ้น แซ่เตียจำเลยนายเติม จารุจินดา ที่ 1 นายชุณ จารุจินดา ที่ 2โจทก์นายหวอง เฮว่อยจำเลย ป.พ.พ. ป.วิ.พ. คดีเดิม ชั้นบังคับคดีโจทก์ยื่นคำร้องอ้างว่าจำเลยนี้เป็นบริวารของผู้เช่า ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วมีคำสั่งว่าจำเลยมิใช่บริวารให้ยกคำร้อง โจทก์นำคดีนี้มาฟ้องจำเลยใหม่ขอให้ขับไล่ได้ ไม่เป็นฟ้องซ้ำ สัญญาที่โจทก์ทำกับผู้เช่าโดยให้ผู้เช่าที่ดินปลูกตึกพิพาทแล้วเอาตึกให้ผู้อื่นเช่าได้มีกำหนด 10 ปีนั้น มีผลผูกพันระหว่างโจทก์กับผู้เช่าส่วนจำเลยจะมีสิทธิอยู่ในตึกพิพาทได้เพียงใดต้องเป็นไปตามสัญญาเช่าที่จำเลยทำไว้กับผู้เช่าเมื่อสัญญาเช่าระหว่างจำเลยกับผู้เช่าไม่ได้จดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ย่อมมีผลใช้บังคับได้เพียง 3 ปีจำเลยอยู่มาครบ 3 ปีแล้ว โจทก์บอกเลิกสัญญาเช่าโดยชอบแล้ว โจทก์มีสิทธิฟ้องขับไล่จำเลยได้ เมื่อข้อเท็จจริงเท่าที่ศาลชั้นต้นไปเผชิญสืบและบันทึกไว้พอวินิจฉัยได้แล้วว่า ห้องพิพาทมิใช่เคหะอันได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติควบคุมการเช่าฯ ศาลก็ไม่จำต้องสืบพยานบุคคลต่อไป(มณี ชุติวงศ์-สอาด นาวีเจริญ-เจน เวชศิลป์)แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุรายการที่ 1/ ของหน้าที่ 1 พิมพ์คำพิพากษาปิดฉบับย่อ