การที่จำเลยถูกฟ้องล้มละลายเนื่องจากไม่ชำระภาษี จำเลยจะยกข้อต่อสู้ว่าเจ้าพนักงานประเมินภาษีไม่ถูกต้อง โดยไม่ได้อุทธรณ์การประเมินตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหน
ผู้เสียภาษีที่เห็นว่าการประเมินของเจ้าพนักงานไม่ถูกต้องต้องอุทธรณ์ต่อผู้ว่าราชการจังหวัดหรือคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ก่อน หากไม่พอใจจึงมีสิทธิฟ้องร้องต่อศาลได้ การนำคดีมาฟ้องร้องหรือต่อสู้คดีต่อศาลโดยไม่ได้ยื่นอุทธรณ์เสียก่อนนั้นไม่อาจกระทำได้ เมื่อจำเลยไม่ได้อุทธรณ์การประเมิน ถือว่าการประเมินยุติแล้
ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ที่ให้พิทักษ์ทรัพย์จำเลยตามพระราชบัญญัติล้มละลายฯ
จำเลยยื่นแบบเสียภาษีเงินได้ประจำปี 2515 เจ้าพนักงานประเมินตรวจพบว่าจำเลยมีรายได้มากกว่าที่ยื่นและหักค่าใช้จ่ายเกินกฎหมาย เจ้าพนักงานเรียกให้จำเลยนำหลักฐานมาแสดง จำเลยมอบอำนาจให้นายเสรีนำเอกสารบางส่วนมาให้และขอผัดส่งส่วนที่เหลือ แต่ต่อมาไม่ติดต่ออีกเลยเป็นเวลา 4 เดือน เจ้าพนักงานจึงประเมินภาษีใหม่และ
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 464/2521กรมสรรพากรโจทก์นายฟูก๊กต้ง โลสิงห์จำเลย พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483 ป.รัษฎากร เจ้าพนักงานประเมินภาษีเงินได้ จำเลยไม่อุทธรณ์ เมื่อจำเลยถูกฟ้องให้ล้มละลายเพราะไม่ชำระค่าภาษีจำเลยยกข้อต่อสู้ว่าเจ้าพนักงานประเมินภาษีไม่ถูกไม่ได้ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาให้พิทักษ์ทรัพย์จำเลยตามพระราชบัญญัติล้มละลายฯ จำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ทางพิจารณาฟังได้ว่า ภายหลังจากจำเลยยื่นแบบแจ้งรายการเพื่อเสียภาษีเงินได้ (ภ.ง.ด.9) ประจำปีภาษี พ.ศ. 2515แล้ว เจ้าพนักงานประเมินตรวจพบว่าจำเลยมีรายการเงินได้พึงประเมินมากกว่าที่ยื่นไว้ ทั้งรายการที่ยื่นไว้ก็คิดหักค่าใช้จ่ายไม่ถูกต้องโดยหักเกินกฎหมายและเกินความจำเป็น เจ้าพนักงานประเมินจึงออกหมายเรียกให้จำเลยนำหลักฐานและบัญชีมาแสดง จำเลยได้มอบอำนาจให้นายเสรีโลสิงห์ บุตรชายนำเอกสารบางอย่างมามอบให้เจ้าพนักงานประเมิน ส่วนเอกสารใบสำคัญการจ่ายเงินอื่น ๆ นายเสรีขอผัดนำส่ง 15 วัน ต่อมาอีก 2 เดือน นายเสรีมาแจ้งต่อพนักงานประเมินว่า จำเลยมีรายได้จากการจำหน่ายแร่ในปี พ.ศ. 2515 ด้วยส่วนบัญชีการเงินเกี่ยวกับการขุดแร่นายเสรีจะนำมาแสดงวันหลัง แต่ต่อมาจำเลยและนายเสรีไม่ได้มาติดต่อกับเจ้าพนักงานประเมินอีกเลยจนล่วงเลยไป4 เดือน เจ้าพนักงานประเมินจึงเตือนให้จำเลยทราบ จำเลยก็เพิกเฉย เจ้าพนักงานประเมินจึงได้ประเมินภาษีของจำเลยใหม่แล้วแจ้งให้จำเลยทราบตั้งแต่วันที่ 6มิถุนายน 2517 จำเลยเพิกเฉยไม่ชำระภาษีนั้น ทั้งไม่ยื่นอุทธรณ์การประเมินต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ภายในกำหนด 30 วันศาลฎีกาพิเคราะห์แล้วเห็นว่า ประมวลรัษฎากร มาตรา 29, 30 เป็นกฎหมายพิเศษ ได้กำหนดวิธีการให้โอกาสแก่ผู้เสียภาษีที่ได้แจ้งจากเจ้าพนักงานประเ