ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1332/2522

ประเด็นกฎหมาย

คำร้องที่คู่ความร่วมกันยื่นว่าตกลงกันได้แล้ว แต่ต่อมาปรากฏว่าไม่สามารถตกลงประนีประนอมยอมความกันได้ จะถือว่าคำร้องดังกล่าวเป็นการผูกพันคู่ความและสละประ

หลักกฎหมาย

คำร้องที่คู่ความร่วมกันยื่นว่าตกลงกันได้แล้ว แต่ต่อมาปรากฏว่าไม่สามารถตกลงประนีประนอมยอมความกันได้นั้น หาเป็นการผูกพันคู่ความไม่ ศาลจะถือว่าได้สละประเด็นอื่น ๆ ทั้งสิ้นแล้วจึงพิพากษาให้จำเลยใช้เงินแก่โจทก์ตามที่ระบุในคำร้องหาได้ไม่

คำวินิจฉัย

ศาลฎีกาตัดสินว่าคำร้องดังกล่าวหาเป็นการผูกพันโจทก์ไม่ ศาลจะถือว่าได้สละประเด็นอื่น ๆ ทั้งสิ้นแล้วจึงพิพากษาให้จำเลยใช้เงินแก่โจทก์ 30,000 บาท ในกำหนด 3 ปี หาได้ไม่

ข้อเท็จจริงสำคัญ

ระหว่างส่งประเด็นไปสืบพยานที่ศาลอื่น โจทก์และจำเลยร่วมกันยื่นคำร้องว่าโจทก์และจำเลยตกลงกันได้แล้ว โดยจำเลยยอมชำระเงินให้โจทก์ 30,000 บาท ภายใน 3 ปี ขอให้ศาลเรียกสำนวนคืนมาทำสัญญาประนีประนอมยอมความ แต่ในนัดต่อ ๆ มาปรากฏว่าโจทก์จำเลยตกลงประนีประนอมยอมความกันไม่ได้ ศาลได้ดำเนินการพิจารณาต่อมา

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1332/2522นายแช่ม อุบลพงศ์โจทก์นางทุเรียน ลัทธพิพัฒน์ กับพวกจำเลย ป.วิ.พ. ระหว่างส่งประเด็นไปสืบพยานที่ศาลอื่นโจทก์และจำเลยร่วมกันยื่นคำร้องว่าโจทก์และจำเลยตกลงกันได้แล้ว โดยจำเลยยอมชำระเงินให้โจทก์ 30,000 บาท ภายใน 3 ปี ขอให้ศาลเรียกสำนวนคืนมาทำสัญญาประนีประนอมยอมความ แต่ในนัดต่อ ๆ มาปรากฏว่าโจทก์จำเลยตกลงประนีประนอมยอมความกันไม่ได้ศาลได้ดำเนินการพิจารณาต่อมา ดังนี้ คำร้องดังกล่าวหาเป็นการผูกพันโจทก์ไม่ศาลจะถือว่าได้สละประเด็นอื่น ๆ ทั้งสิ้นแล้วจึงพิพากษาให้จำเลยใช้เงินแก่โจทก์ 30,000 บาท ในกำหนด 3 ปี หาได้ไม่ 2 หมายเหตุ มาจากสหกรณ์ขาดข้อมูลหลักกฎหมาย(สีห์ คลายนสูตร-ภิญโญ ธีรนิติ-ภักดิ์ บุณย์ภักดี)แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุรายการที่ 1/ ของหน้าที่ 1 พิมพ์คำพิพากษาปิดฉบับย่อ