ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1112/2540

ประเด็นกฎหมาย

ข้อสัญญาที่ให้จำเลยรื้อถอนกำแพงคอนกรีตของวัดออกไปภายใน 40 วัน เป็นสัญญาที่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน เป็นโมฆะหรือไม่ และจำเลยผิด

หลักกฎหมาย

วัดเป็นนิติบุคคล มีสิทธิและหน้าที่เช่นเดียวกับบุคคลธรรมดา กำแพงวัดเป็นศาสนสมบัติของวัด เจ้าอาวาสมีอำนาจจัดการรื้อถอนเพื่อประโยชน์ของวัดได้ หากจำเลยสามารถทำความตกลงกับเจ้าอาวาสและวัดยินยอม จำเลยย่อมสามารถรื้อถอนกำแพงได้ ข้อตกลงดังกล่าวจึงไม่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน สัญญาไม่เป็

คำวินิจฉัย

สัญญาที่ให้จำเลยรื้อถอนกำแพงคอนกรีตของวัดไม่เป็นโมฆะ และจำเลยเป็นฝ่ายผิดสัญญา พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ให้จำเลยจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ร่วมในที่ดินโฉนดเลขที่ 28775 เฉพาะส่วนของจำเลยให้แก่โจทก์ หากจำเลยไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลแทนการแสดงเจตนาของจำเลย

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์และจำเลยทำสัญญาตกลงร่วมหุ้นโดยมีข้อตกลงให้จำเลยรื้อถอนกำแพงคอนกรีตที่ติดกับถนนสาธารณประโยชน์ทางทิศตะวันออกของที่ดินออกไปภายใน 40 วัน กำแพงดังกล่าวเป็นของวัดบางสะแกใน จำเลยรื้อถอนกำแพงออกไป 6 ช่อง ถูกดำเนินคดี จึงก่อสร้างกำแพงกลับคืน 5 ช่อง คงเหลือส่วนที่รื้อออก 1 ช่อง และส่วนที่ผู้อื่นทุบออก 1

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1112/2540นายสุเทพ วังกังวานโจทก์นายประจักษ์ เงินวิจิตรจำเลย ป.พ.พ. ม. 113 เดิม, ม. 150, ม. 368, ม. 850 พ.ร.บ.คณะสงฆ์ พ.ศ.2505 ม. 31, ม. 37, ม. 40 พ.ร.บ.คณะสงฆ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2535 ข้อสัญญาระหว่างโจทก์จำเลยว่าจำเลยจะทำการรื้อถอนกำแพงคอนกรีตของวัดที่อยู่ติดกับถนนสาธารณประโยชน์ทางทิศตะวันออกของที่ดินแปลงตามสัญญาตกลงร่วมหุ้นออกไปภายใน 40 วัน นับแต่วันทำหนังสือนั้น เมื่อตามพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. 2505 มาตรา 31 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2535 บัญญัติว่า วัดมีสองอย่าง (1) วัดที่ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา (2) สำนักสงฆ์ ให้วัดมีฐานะเป็นนิติบุคคล เจ้าอาวาสเป็นผู้แทนของวัดในกิจการทั่วไป มาตรา 37 บัญญัติว่า เจ้าอาวาสมีหน้าที่ดังนี้ (1) บำรุงวัด จัดกิจการและศาสนสมบัติของวัดให้เป็นไปด้วยดี และมาตรา 40 บัญญัติว่า ศาสนสมบัติแบ่งออกเป็นสองประเภท (1) ศาสนสมบัติกลาง ได้แก่ ทรัพย์สินของศาสนาซึ่งมิใช่ของวัดใดวัดหนึ่ง (2) ศาสนสมบัติของวัด ได้แก่ ทรัพย์สินของวัดใดวัดหนึ่ง ดังนั้น เมื่อวัดเป็นนิติบุคคลย่อมมีสิทธิและหน้าที่เช่นเดียวกันบุคคลบุคคลธรรมดา กำแพงวัดเป็นเพียงศาสนสมบัติของวัดซึ่งเจ้าอาวาสมีอำนาจจัดการก่อสร้างหรือรื้อถอนเพื่อประโยชน์ของวัดได้ หากจำเลยสามารถทำความตกลงกับเจ้าอาวาสเพื่อขอรื้อถอนกำแพงวัดและทางวัดยินยอม จำเลยย่อมสามารถรื้อถอนกำแพงวัดได้ การที่จำเลยได้ทำสัญญาดังกล่าวกับโจทก์เนื่องจากจำเลยเห็นว่าตนสามารถทำความตกลงกับเจ้าอาวาสได้ข้อตกลงดังกล่าวจึงไม่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชนแต่อย่างใด จึงไม่เป็นโมฆะตามหนังสือสัญญาตกลงร่วมหุ้นมีข้อความว่า "เมื่อผู้ร่วมหุ้นที่ 2(จำเลย) ทำการ