ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 632/2552

ประเด็นกฎหมาย

การประเมินภาษีมูลค่าเพิ่มโดยเจ้าพนักงานประเมินภายในระยะเวลา 2 ปี หรือ 10 ปี และอำนาจฟ้องของโจทก์เมื่อสละประเด็นอุทธรณ์แล้ว

หลักกฎหมาย

1. การอ้างว่าการประเมินฝ่าฝืนกฎหมาย (เช่น ประเมินเกิน 2 ปี) โจทก์มีสิทธิฟ้องศาลได้โดยไม่ต้องอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ก่อน 2. ใบกำกับภาษีที่ออกโดยไม่มีสิทธิมีมูลค่าเป็นฐานภาษีที่โจทก์พึงได้รับ 3. การขายสินค้าให้ผู้ประกอบการในเขตอุตสาหกรรมส่งออกโดยไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่อธิบดีกำหนด ไม่ได้รั

คำวินิจฉัย

ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลภาษีอากรกลาง ให้เพิกถอนการประเมินภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับเดือนภาษีกุมภาพันธ์ 2535 ถึงเดือนภาษีพฤษภาคม 2535 เดือนภาษีกรกฎาคม 2535 ถึงเดือนภาษีกันยายน 2535 และเดือนภาษีพฤศจิกายน 2535 ถึงเดือนภาษีมิถุนายน 2540 และคำวินิจฉัยอุทธรณ์ที่เกี่ยวข้อง และยกฟ้องโจทก์สำหรับเดือนภาษีมกราคม 2535 เดือนภาษีมิถุนายน 2535 และเดือนภาษีตุลาคม 2535

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์ออกใบกำกับภาษีโดยไม่มีสิทธิ ขายสินค้าให้ผู้ประกอบการในเขตอุตสาหกรรมส่งออกโดยไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่อธิบดีกำหนด และยกเลิกใบกำกับภาษีโดยไม่ถูกต้อง ส่งผลให้โจทก์แสดงฐานภาษีต่ำกว่ามูลค่าที่พึงได้รับเกินร้อยละ 25

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 632/2552ห้างหุ้นส่วนจำกัดฉินหลงโจทก์กรมสรรพากร จำเลย ป.รัษฎากร ม. 86/13, ม. 88/6 (1) (ค) พ.ร.บ.จัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ.2528 ม. 29 ป.วิ.พ. ม. 225 วรรคหนึ่ง ระเบียบกรมสรรพากร ว่าด้วยการตรวจปฏิบัติการภาษีมูลค่าเพิ่ม พ.ศ.2539 แม้โจทก์จะมอบอำนาจให้ น. ไปสละประเด็นที่ขอให้เพิกถอนการประเมินภาษีมูลค่าเพิ่มในชั้นพิจารณาอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์แล้ว คงติดใจเฉพาะกรณีขอให้ลดเบี้ยปรับและเงินเพิ่ม แต่คำฟ้องของโจทก์ในประเด็นที่ว่าการประเมินของเจ้าพนักงานประเมินไม่ได้กระทำภายใน 2 ปี นับแต่วันสุดท้ายแห่งกำหนดเวลายื่นแบบแสดงรายการภาษีนั้นเป็นการกล่าวอ้างว่าเจ้าพนักงานประเมินทำการประเมินโดยฝ่าฝืนมาตรา 88/6 (1) (ก) แห่งประมวลรัษฎากร จึงไม่มีอำนาจประเมิน ดังนี้ โจทก์ย่อมมีสิทธินำคดีมาฟ้องต่อศาลในประเด็นดังกล่าวได้โดยไม่ต้องอุทธรณ์การประเมินต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ก่อน ข้อที่โจทก์สละสิทธิการอุทธรณ์เฉพาะในประเด็นขอยกเลิกการประเมินภาษีมูลค่าเพิ่มไม่ทำให้โจทก์ไม่มีอำนาจนำคดีมาฟ้องศาลแต่อย่างใด โจทก์ออกใบกำกับภาษีโดยไม่มีสิทธิที่จะออกตามกฎหมาย แต่ใบกำกับภาษีที่ออกโดยไม่มีสิทธิดังกล่าวก็มีมูลค่าที่โจทก์พึงได้รับอันเป็นมูลค่าของฐานภาษีตามบทบัญญัติแห่งประมวลรัษฎากร โจทก์จึงต้องรับผิดชำระภาษีมูลค่าเพิ่มตามจำนวนที่ปรากฏในใบกำกับภาษีนั้นเสมือนเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนตาม ป.รัษฎากร มาตรา 86/13 วรรคสอง สำหรับกรณีโจทก์ขายสินค้าให้ผู้ประกอบการที่ประกอบกิจการอยู่ในเขตอุตสาหกรรมส่งออก โจทก์จะได้รับสิทธิเสียภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ 0 เฉพาะการขายสินค้าที่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด เมื่อโจทก์ไม่ได้ป