สหกรณ์ออมทรัพย์ที่มีการแสวงหากำไรในทางเศรษฐกิจ ถือเป็นนายจ้างที่ต้องจ่ายค่าชดเชยตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 หรือไม่ และการจ้างงานที่มีกำหนดระยะเ
สหกรณ์ออมทรัพย์ที่มีรายได้จากค่าธรรมเนียมและดอกเบี้ย และมีการจัดสรรกำไรเป็นเงินปันผล เงินเฉลี่ยคืน และโบนัส ถือเป็นการแสวงหากำไรในทางเศรษฐกิจ จึงไม่ได้รับการยกเว้นตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 4 (พ.ศ.2541) ข้อ 3 และต้องปฏิบัติตามมาตรา 118 แห่ง พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 นอกจากนี้ การจ้างงานที่มีกำหนดระยะเ
พิพากษากลับ ให้จำเลยจ่ายค่าชดเชย 112,200 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับจากวันที่ 13 พฤศจิกายน 2542 จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์
โจทก์เป็นลูกจ้างตำแหน่งผู้จัดการของสหกรณ์ออมทรัพย์ มีสัญญาจ้างกำหนดระยะเวลา 2 ปี ทำงานตามปกติธุรกิจของสหกรณ์ เมื่อครบกำหนดสัญญา จำเลยเลิกจ้างโดยโจทก์ไม่มีความผิด สหกรณ์มีรายได้จากค่าธรรมเนียมและดอกเบี้ย และจัดสรรกำไรเป็นเงินปันผล เงินเฉลี่ยคืน และโบนัส
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2782/2545นายลิขิต เทพนิมิตรโจทก์สหกรณ์ออมทรัพย์พนักงานการประปานครหลวง จำกัดจำเลย พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 ม. 118 กฎกระทรวง ฉบับที่ 4 (พ.ศ.2541) ออกตามความในพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 ข้อ 3สหกรณ์จำเลยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมฐานะทางเศรษฐกิจของสมาชิกโดยร่วมกันดำเนินธุรกิจเพื่อประโยชน์ด้วยกัน โดยสมาชิกในฐานะผู้ถือหุ้นร่วมลงหุ้นและรับฝากเงินจากสมาชิกแล้วนำมาให้สมาชิกกู้โดยคิดดอกเบี้ย หากมีเงินทุนเหลือก็จะนำไปให้สหกรณ์อื่นกู้ จำเลยมีรายได้เป็นค่าธรรมเนียมจากการเข้าเป็นสมาชิกและดอกเบี้ยจากการให้สมาชิกและสหกรณ์อื่นกู้ยืม เมื่อมีกำไรก็จัดสรรเป็นเงินทุนสำรอง ค่าบำรุงสันนิบาตสหกรณ์และจ่ายเป็นผลตอบแทนให้แก่สมาชิกในรูปเงินปันผลและเงินเฉลี่ยคืนกับจ่ายเป็นเงินโบนัสแก่กรรมการและเจ้าหน้าที่อันเป็นการแสวงหากำไรในทางเศรษฐกิจจำเลยจึงมิใช่นายจ้างซึ่งจ้างลูกจ้างทำงานที่มิได้แสวงหากำไรในทางเศรษฐกิจ ตามข้อ (3) แห่งกฎกระทรวงฯ ซึ่งออกตามความในพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงานฯจึงต้องนำมาตรา 118 แห่งพระราชบัญญัตินี้ มาใช้บังคับแก่จำเลย เมื่องานที่จำเลยจ้างโจทก์มิใช่การจ้างในโครงการเฉพาะที่มิใช่ปกติทางธุรกิจ มิใช่งานตามฤดูกาล แต่เป็นการทำงานตามปกติธุรกิจของจำเลย แม้การจ้างงานระหว่างโจทก์กับจำเลยจะเป็นการจ้างงานที่มีกำหนดระยะเวลาการจ้างไว้แน่นอนและเลิกจ้างตามกำหนดระยะเวลานั้นโจทก์ก็มิใช่ลูกจ้างที่มีกำหนดระยะเวลาการจ้างไว้แน่นอนตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงานฯ มาตรา 118 วรรคสามและวรรคสี่ เมื่อจำเลยเลิกจ้างโจทก์ซึ่งทำงานมาแล้ว 2 ปี จึงต้องจ่ายค่าชดเชยให้โจทก์เท่ากับค่าจ้างอัตราสุดท้ายเก้าสิบวันตามมาตรา 118(2) พร้อมดอกเบี้ยโจทก์ฟ้องว่า เมื่อ