ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3388/2545นาย สันติสุข โสภณสิริโจทก์การรถไฟแห่งประเทศไทยจำเลย ป.วิ.พ. ม. 197 เดิม, ม. 201 เดิมการที่โจทก์ต้องมาศาลในวันนัดสืบพยาน โจทก์ต้องมาตรงตามเวลานัดด้วยมิใช่ว่าโจทก์จะมาศาลในเวลาใดก็ได้ก่อนสิ้นเวลาทำการของศาล เมื่อศาลชั้นต้นออกนั่งพิจารณาในวันนัดสืบพยานโจทก์เวลา 10.30 นาฬิกา เกินเวลานัดไปถึง 1 ชั่วโมง 30 นาทีฝ่ายโจทก์ก็ยังไม่มา โดยมิได้ร้องขอเลื่อนคดีหรือแจ้งเหตุขัดข้องจึงต้องถือว่าโจทก์ขาดนัดพิจารณาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 197 วรรคสอง (เดิม) ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความอันเป็นคำสั่งตามบทบัญญัติมาตรา 132(2) ประกอบมาตรา 201 วรรคหนึ่ง (เดิม) จึงชอบแล้ว หลังจากนั้นโจทก์มาศาลและยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นนำคดีขึ้นมาดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไปย่อมมีผลเท่ากับการขอให้พิจารณาคดีใหม่ ซึ่งต้องห้ามตามมาตรา 201 วรรคหนึ่ง (เดิม)คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอบังคับให้จำเลยใช้ค่าเสียหายฐานละเมิดแก่โจทก์ จำเลยให้การปฏิเสธความรับผิด ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้นัดสืบพยานโจทก์ ถึงวันนัดทนายจำเลยมอบฉันทะให้เสมียนทนายมายื่นคำร้องขอเลื่อนคดีอ้างว่า ทนายจำเลยป่วยศาลชั้นต้นอนุญาตให้เลื่อนไปนัดสืบพยานโจทก์ในวันที่ 1 มิถุนายน 2542 เวลา 9 นาฬิกาครั้งถึงวันนัด ศาลชั้นต้นออกนั่งพิจารณาเวลา 10.30 นาฬิกา ฝ่ายโจทก์ไม่มาศาลโดยไม่แจ้งเหตุขัดข้องหรือขอเลื่อนคดี ส่วนทนายจำเลยมาศาลและแถลงว่าไม่ประสงค์จะดำเนินคดีต่อไป ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าโจทก์ขาดนัดพิจารณาและให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ โจทก์ยื่นคำร้องในวันเดียวกันนั้น อ้างว่าจดเวลานัดผิดไป โจทก์ไม่มีเจตนาที่จะไม่มาศาลตามนัด ขอให้นัดสืบพยานโจทก์ ศาลชั้นต้