ผู้ฝากส่งเงินทางไปรษณีย์ธนาณัติมีหน้าที่ต้องไปติดต่อขอรับเงินคืนภายในกำหนดเวลาตามระเบียบ เมื่อผู้รับไม่ไปรับเงินภายในกำหนด และที่ทำการต้นทางไม่ต้องแจ้
ตามระเบียบการสื่อสารแห่งประเทศไทย ฉบับที่ 61 (แก้ไขเพิ่มเติมครั้งที่ 9 พ.ศ. 2535) ข้อ 3 ที่ทำการต้นทางไม่ต้องแจ้งให้ผู้ฝากทราบเมื่อได้รับธนาณัติคืนจากปลายทาง ผู้ฝากมีหน้าที่ต้องไปติดต่อขอรับเงินคืนภายในกำหนดเวลาตามระเบียบข้อ 235 หากไม่ไปภายในกำหนด จำเลยที่ 1 มีสิทธิโอนเงินเป็นของจำเลยที่ 1 ตามข้อ 23
ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลชั้นต้นที่พิพากษายกฟ้องโจทก์
โจทก์ฝากส่งเงิน 8,096 บาททางไปรษณีย์ธนาณัติในประเทศเมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2539 ผู้รับไม่ไปรับเงินภายใน 2 เดือน ไปรษณีย์ปลายทางส่งคืนต้นทาง ต้นทางรอโจทก์ติดต่อขอรับเงินคืนโดยไม่แจ้งให้ทราบ โจทก์ไม่ไปขอรับเงินคืนภายในกำหนดเวลาต่างๆ จำเลยที่ 1 ประกาศโฆษณาให้ไปขอรับเงินคืนภายใน 1 ปี แต่โจทก์ก็ไม่ไป จำเลย
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4007/2545นางสาวรัชนี อุบลสถิตย์โจทก์การสื่อสารแห่งประเทศไทย กับพวกจำเลย พ.ร.บ.การสื่อสารแห่งประเทศไทย พ.ศ.2519 ม. 34, ข้อ 3, ข้อ 235, ข้อ 236กรณีที่โจทก์ผู้ฝากส่งเงินทางไปรษณีย์ธนาณัติในประเทศไปให้ผู้รับแต่ผู้รับไม่ไปขอรับเงินภายในกำหนด 2 เดือน นับต่อจากเดือนที่ฝากส่ง ไปรษณีย์ปลายทางจึงส่งไปรษณีย์ธนาณัติคืนไปรษณีย์ต้นทางตามระเบียบการสื่อสารแห่งประเทศไทยของจำเลยที่ 1 ฉบับที่ 61 ว่าด้วยบริการไปรษณีย์ธนาณัติในประเทศ พ.ศ. 2526(แก้ไขเพิ่มเติมครั้งที่ 9 พ.ศ. 2535) ข้อ 3 กำหนดให้ที่ทำการต้นทางเพียงแต่ตรวจสอบแบบ ธน. 31ท่อนที่ 1 ซึ่งได้รับคืนกับแบบ ธน.1ของธนาณัติฉบับนั้น และแยกเก็บไว้เพื่อการติดต่อขอรับเงินคืนจากผู้ฝากเท่านั้นทั้งไปรษณีย์นิเทศฯ ก็มิได้กำหนดให้ที่ทำการต้นทางจะต้องแจ้งให้ผู้ฝากทราบ จึงเป็นหน้าที่ของผู้ฝากที่จะต้องไปติดต่อขอรับเงินคืนภายในกำหนดเวลาตามระเบียบของจำเลยที่ 1 ข้อ 235 เมื่อโจทก์ผู้ฝากไม่ได้ไปขอรับเงินคืนในกำหนดเวลาดังกล่าว จำเลยที่ 1 จึงประกาศโฆษณากำหนดระยะเวลาให้โจทก์ไปขอรับเงินคืนอีกแต่โจทก์ก็ไม่ไปขอรับเงินคืนตามระเบียบของจำเลยที่ 1 ข้อ 236 และไปรษณีย์นิเทศฯข้อ 204 จำเลยที่ 1 จึงมีสิทธิโอนเงินธนาณัติที่โจทก์ฝากส่งเป็นของจำเลยที่ 1 ได้โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ได้นำเงินจำนวน 8,096 บาทฝากส่งไปรษณีย์ธนาณัติ ณ ที่ทำการของจำเลยที่ 2 ไปยังที่ทำการไปรษณีย์โทรเลขหัวหมากปลายทาง เพื่อให้จำเลยที่ 1ส่งเงินดังกล่าวให้แก่บริษัทแห่งหนึ่งเพื่อชำระหนี้ค่าเช่าซื้อ ต่อมาโจทก์ทราบว่าบริษัทดังกล่าวยังไม่ได้รับเงินไปรษณีย์ธนาณัติที่โจทก์ส่งไปให้ จึงได้ติดต่อจำเลยที่ 2 ทราบว่าจำเลยที่ 1 ได้นำเงินไปรษณีย์ธนาณัติเป็นรายได้ของจำเลยที่