เมื่อศาลมีคำพิพากษาตามยอมแล้ว จำเลยผิดนัด จำเลยจะอ้างว่าโจทก์แถลงด้วยวาจาว่าจะไม่เอาผิดหากผิดนัด 2-3 วัน ซึ่งศาลไม่ได้บันทึกไว้ในสัญญาประนีประนอม แม้ศ
แม้ศาลจะทำบันทึกภายหลังว่าเป็นความจริงอย่างที่จำเลยเถียง ก็ต้องบังคับตามสัญญายอมความที่ทำกันไว้ จะถือว่าโจทก์ยอมผ่อนเวลาชำระเงินให้ ซึ่งเป็นการนอกเหนือสัญญาประนีประนอมไม่ได้
ต้องบังคับตามสัญญายอมความที่ทำกันไว้ จะถือว่าโจทก์ยอมผ่อนเวลาชำระเงินให้ ซึ่งเป็นการนอกเหนือสัญญาประนีประนอมไม่ได้
ศาลทำสัญญาประนีประนอมและมีคำพิพากษาตามยอม ต่อมาจำเลยผิดนัด จำเลยอ้างว่าโจทก์แถลงด้วยวาจาว่าจะไม่เอาผิดหากผิดนัด 2-3 วัน แต่ศาลไม่ได้บันทึกในสัญญา ภายหลังศาลทำบันทึกว่าจริงดังที่จำเลยเถียง
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 286/2505นางสมถวิล อรุณประเสริฐโจทก์นายทองอยู่ พานิชย์จำเลย ป.วิ.พ. คดีที่ศาลทำสัญญาประนีประนอมให้คู่ความในศาลและได้มีคำพิพากษาตามยอมแล้วนั้น ภายหลังจำเลยผิดนัดตามสัญญาประนีประนอมจำเลยจะเถียงว่าในขณะทำสัญญาประนีประนอมกัน โจทก์ได้แถลงด้วยวาจาว่าถ้าผิดนัด 2-3 วัน จะไม่เอาผิดแต่ศาลไม่ได้บันทึกลงในสัญญาประนีประนอมไว้ดังนี้ แม้ศาลจะทำบันทึกขึ้นภายหลังว่าเป็นความจริงอย่างที่จำเลยเถียงก็ตามก็ต้องบังคับตามสัญญายอมความที่ทำกันไว้ จะถือว่าโจทก์ยอมผ่อนเวลาชำระเงินให้ ซึ่งเป็นการนอกเหนือสัญญาประนีประนอมไม่ได้(อรรถไพศาลศรุดี-ประมูล สุวรรณศร-โพยม เลขยานนท์)แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุรายการที่ 1/ ของหน้าที่ 1 พิมพ์คำพิพากษาปิดฉบับย่อ