ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 391/2505

ประเด็นกฎหมาย

ปัญหาข้อกฎหมายว่าการตกลงภายหลังบอกเลิกสัญญา โดยโจทก์มอบกิจการและวัสดุก่อสร้างให้คณะกรรมการ และโจทก์เข้าเป็นลูกจ้างรายวันเพื่อหวังเงินเหลือนั้น เป็นสัญ

หลักกฎหมาย

การที่โจทก์มอบกิจการและวัสดุก่อสร้างให้คณะกรรมการ และโจทก์เข้าเป็นลูกจ้างรายวันเพื่อหวังเงินเหลือ แสดงให้เห็นว่ามีการตอบแทนกัน ก่อให้เกิดเป็นสัญญาขึ้นใหม่ซึ่งมีผลบังคับได้ มิใช่เป็นการให้โดยเสน่หา

คำวินิจฉัย

การกระทำดังกล่าวเป็นการตอบแทนกัน ก่อให้เกิดเป็นสัญญาขึ้นใหม่ซึ่งมีผลบังคับได้ มิใช่เป็นเรื่องจะให้เงินโดยเสน่หา

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์ทำสัญญารับเหมาก่อสร้างตลาดให้จำเลย แต่ทำไม่แล้วเสร็จตามกำหนด จำเลยบอกเลิกสัญญาและแจ้งว่าจะดำเนินการก่อสร้างเองต่อไป ถ้ามีเงินเหลือจะคืนให้โจทก์ โจทก์สนองรับและมอบกิจการกับวัสดุก่อสร้างที่เหลือให้คณะกรรมการ และโจทก์เข้าเป็นลูกจ้างรายวันเพื่อดูแลควบคุมการใช้จ่ายเงินให้ถูกต้อง โดยหวังจะได้เงินที่เ

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 391/2505นายเปลื้อง ภิญมุขสาห์โจทก์เทศบาลเมืองบุรีรัมย์ ที่ 1 ขุนนิกรนันทกิจ นายกเทศมนตรี ที่ 2 นายชม สีนะกูล ที่ 3จำเลย ป.พ.พ. โจทก์ได้เข้าทำสัญญารับเหมาก่อสร้างตลาดให้จำเลย แต่ทำไม่แล้วเสร็จตามกำหนด จำเลยจึงบอกเลิกสัญญา และว่าจะดำเนินการก่อสร้างเองต่อไปถ้ามีเงินเหลือจะคืนให้โจทก์ ให้โจทก์จัดการมอบหมายกิจการก่อสร้างตลาดทั้งหมดให้คณะกรรมการเพื่อเป็นการทุ่นรายจ่ายในการจัดซื้อต่อไปฝ่ายโจทก์ก็สนองรับ และได้มอบกิจการกับวัสดุก่อสร้างที่เหลืออยู่ ณ ที่ก่อสร้างและที่โจทก์เก็บไว้ที่อื่นให้คณะกรรมการทั้งโจทก์ได้เข้าเป็นลูกจ้างรายวัน เพื่อมีโอกาสดูแลควบคุมให้การใช้จ่ายเงินเป็นไปโดยสมควรและถูกต้อง เพื่อหวังจะได้เงินที่เหลือดังนี้ แสดงให้เห็นว่ามีการตอบแทนกันก่อให้เกิดเป็นสัญญาขึ้นใหม่ซึ่งมีผลบังคับได้มิใช่เป็นเรื่องจะให้เงินโดยเสน่หาอย่างใด(ชวน สิงหลกะ-โพยม เลขยานนท์-คร้าม สิวายะวิโรจน์)แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุรายการที่ 1/ ของหน้าที่ 1 พิมพ์คำพิพากษาปิดฉบับย่อ