การทำหนังสือกู้กันใหม่โดยรวมหนี้เดิมเข้าไว้ด้วยเป็นการแปลงหนี้ใหม่หรือไม่ และผู้กู้สามารถนำสืบถึงที่มาของหนี้รวมทั้งดอกเบี้ยเกินอัตราได้หรือไม่
การทำหนังสือกู้กันใหม่โดยรวมหนี้เดิมไม่ใช่การแปลงหนี้ใหม่เพราะไม่มีการเปลี่ยนสารสำคัญแห่งหนี้ และผู้กู้นำสืบถึงที่มาของหนี้รวมทั้งดอกเบี้ยเกินอัตราได้ เพราะเป็นการนำสืบถึงความไม่สมบูรณ์ของหนี้ มิใช่การแก้ไขเปลี่ยนแปลงเอกสาร
การทำหนังสือกู้กันใหม่โดยรวมหนี้เดิมไม่ใช่แปลงหนี้ใหม่ และผู้กู้นำสืบถึงที่มาของหนี้รวมทั้งดอกเบี้ยเกินอัตราได้
โจทก์และจำเลยเป็นหนี้เงินกู้ต่อกัน และได้ทำหนังสือกู้กันใหม่โดยรวมจำนวนเงินกู้ครั้งหลังเข้าไว้ด้วย
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 522/2505นายประกิจ พงศ์สุวรรณโจทก์นายเผย สิงหาจำเลย ป.พ.พ. ป.วิ.พ. หนี้เงินกู้ ซึ่งทำหนังสือกู้กันใหม่ โดยรวมจำนวนเงินกู้ครั้งหลังเข้าไว้ด้วยนั้น มิใช่เป็นเรื่องแปลงหนี้ใหม่เพราะไม่มีการเปลี่ยนสิ่งซึ่งเป็นสารสำคัญแห่งหนี้แต่อย่างใด บุคคลที่เป็นหนี้เงินกู้ต่อกัน อาจตกลงทำหนังสือกู้กันใหม่หรือนำเงินกู้รายก่อนๆ มารวมในหนังสือกู้ครั้งหลังได้และการนำสืบถึงที่มาแห่งหนี้ตามหนังสือสัญญากู้ฉบับหลังย่อมมิใช่เป็นการสืบแก้ไขเปลี่ยนแปลงเอกสารเพราะแม้นำสืบได้ก็ไม่เปลี่ยนแปลงแก้ไขความรับผิดตามเอกสาร ผู้กู้จะขอนำสืบว่า ผู้ให้กู้เอาจำนวนดอกเบี้ยเกินอัตรามารวมเป็นต้นเงินในสัญญากู้ได้ เพราะเป็นการนำสืบว่าหนี้อันเกิดจากดอกเบี้ยเกินอัตรานั้น ไม่สมบูรณ์อย่างหนึ่ง(สอาด นาวีเจริญ-สัญญา ธรรมศักดิ์-บริรักษ์จรรยาวัตร)แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุรายการที่ 1/ ของหน้าที่ 1 พิมพ์คำพิพากษาปิดฉบับย่อ