ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4860/2539

ประเด็นกฎหมาย

ปัญหาว่า คำพิพากษาของศาลชั้นต้นที่ให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหาย 10,000 บาท ขัดต่อกฎกระทรวง ฉบับที่ 6 (พ.ศ. 2535) หรือไม่ และจำเลยจะนำเงินที่โจทก์ได้รับจากบร

หลักกฎหมาย

เงินที่ผู้ประสบภัยได้รับชดใช้ตามสัญญาประกันชีวิตเป็นนิติสัมพันธ์ตามสัญญาระหว่างผู้ประสบภัยกับบริษัทประกันชีวิตโดยเฉพาะ ไม่สามารถนำมาลบล้างหน้าที่ตามกฎหมายของผู้รับประกันภัยตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535 ได้ และการที่โจทก์ฟ้องเรียกค่าเสียหายเต็มจำนวนที่จ่ายไปไม่ถือว่าเป็นการใช้สิท

คำวินิจฉัย

พิพากษายืน ให้จำเลยชำระเงิน 10,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 3 พฤษภาคม 2538 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ แต่ดอกเบี้ยถึงวันฟ้องไม่เกิน 90 บาท

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์ขับรถยนต์ที่จำเลยรับประกันภัยในประเภทคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ ประสบอุบัติเหตุได้รับบาดเจ็บ จ่ายค่ารักษาพยาบาล 14,413 บาท และได้รับค่าชดเชยจากบริษัทประกันชีวิตตามสัญญาประกันชีวิตจำนวน 12,663 บาท

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4860/2539นางสาว มาลีรัตน์ เภรีทัศน์โจทก์บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัดจำเลย พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ.2535 กฎกระทรวง ฉบับที่ 6 (พ.ศ.2535) ออกตามความในพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ.2535 ข้อ 2(1)ตามกฎกระทรวงฉบับที่6(พ.ศ.2535)ออกตามความในพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถพ.ศ.2535ข้อ2(1)กำหนดจำนวนเงินค่าเสียหายเบื้องต้นว่าจำนวนเท่าที่จ่ายจริงแต่ไม่เกินหนึ่งหมื่นบาทสำหรับความเสียหายต่อร่างกายเมื่อโจทก์ได้จ่ายเงินค่ารักษาพยาบาลไปจำนวน14,413บาทจำเลยผู้รับประกันภัยจึงต้องรับผิดใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์ไม่เกิน10,000บาทตามกฎกระทรวงดังกล่าวจำเลยจะขอเอาเงินที่โจทก์ได้รับชดใช้ตามสัญญาประกันชีวิตจากบริษัทม.มาหักมิได้เพราะเป็นเรื่องนิติสัมพันธ์ตามสัญญาระหว่างโจทก์กับบริษัทดังกล่าวโดยเฉพาะหานำมาลบล้างหน้าที่ตามกฎหมายของจำเลยได้ไม่และถือว่าโจทก์ใช้สิทธิโดยไม่สุจริตมิได้โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเป็นผู้รับประกันภัยรถยนต์คันหมายเลขทะเบียน 1 ช-9285 กรุงเทพมหานคร ไว้จากผู้มีชื่อในประเภทคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถเมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2538 โจทก์ขับรถยนต์คันดังกล่าวหักหลบรถอีกคันหนึ่งซึ่งไม่ทราบหมายเลขทะเบียน เป็นเหตุให้รถยนต์คันดังกล่าวแล่นเข้าชนแท่นปูนหน้าตู้ด่านเก็บเงินประชาชื่นช่องที่ 11 แขวงบางซื่อ เขตบางซื่อกรุงเทพมหานคร และโจทก์ได้รับบาดเจ็บ โจทก์ได้จ่ายค่ารักษาพยาบาลไปเป็นเงิน 14,413 บาท จำเลยต้องชดใช้ค่าเสียหายดังกล่าวแก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 3 พฤษภาคม2538 ที่โจทก์ได้จ่ายเงินไปถึงวันฟ้องเป็นเงิน 90 บาท ขอให้บังคับจำเลยชำระเงินจำนวน 14,503 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ7.5 ต่อปี ในต้นเงิน 14,413 บ