ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1719/2505

ประเด็นกฎหมาย

คดีขับไล่ที่จำเลยต่อสู้เรื่องกรรมสิทธิ์ถือเป็นคดีมีทุนทรัพย์ และเมื่อศาลสองชั้นพิพากษาต้องกันให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกาในข้อเท็จจริงไม่ได้

หลักกฎหมาย

เมื่อจำเลยต่อสู้เป็นข้อพิพาทด้วยกรรมสิทธิ์ ถือเป็นคดีมีทุนทรัพย์ หากที่พิพาทมีราคาไม่เกิน 2,000 บาท และศาลชั้นต้นกับศาลอุทธรณ์พิพากษาต้องกันให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกาในข้อเท็จจริงไม่ได้ โจทก์มีภาระพิสูจน์ตามฟ้อง หากสืบไม่สมฟ้องต้องแพ้คดี แม้จำเลยให้การแตกต่างจากที่นำสืบ แต่ไม่ทำให้ผลคดีเปลี่ยนแปลง

คำวินิจฉัย

โจทก์ฎีกาในข้อเท็จจริงไม่ได้ และโจทก์ต้องแพ้คดีเพราะสืบไม่สมฟ้อง

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยอ้างว่าจำเลยอาศัยและบุกรุกที่ของโจทก์ จำเลยต่อสู้เรื่องกรรมสิทธิ์ ที่พิพาทราคา 1,500 บาท ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาต้องกันให้ยกฟ้อง โจทก์เสียค่าขึ้นศาลอย่างคดีไม่มีทุนทรัพย์ พยานโจทก์ฟังไม่ได้ว่าจำเลยอาศัยและบุกรุก จำเลยให้การว่าได้ที่พิพาทมาโดยมรดกแต่นำสืบว่าได้มาโดยบิดามารด

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1719/2505นายลี มณีโชติโจทก์นางวงษ์ ซุยซวงจำเลย ป.วิ.พ. โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยให้ออกจากที่พิพาท เมื่อจำเลยต่อสู้เป็นข้อพิพาทด้วยกรรมสิทธิ์ ก็ต้องถือว่าเป็นคดีมีทุนทรัพย์ และเมื่อที่พิพาทมีราคาเพียง 1,500 บาท แม้โจทก์จะเสียค่าขึ้นศาลอย่างคดีไม่มีทุนทรัพย์ตลอดมาถ้าศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาต้องกันให้ยกฟ้อง โจทก์ก็ฎีกาในข้อเท็จจริงไม่ได้โจทก์ฟ้องกล่าวอ้างว่า จำเลยอาศัยปลูกเรือนอยู่ในที่บ้านของโจทก์ และบุกรุกที่นาของโจทก์ด้วย ย่อมเป็นหน้าที่ของโจทก์ที่จะต้องพิสูจน์ให้ได้ความตามฟ้อง เมื่อพยานหลักฐานโจทก์ ฟังไม่ได้ว่าจำเลยอาศัยและบุกรุกที่ของโจทก์ ก็เป็นเรื่องโจทก์สืบไม่สมฟ้อง ต้องแพ้คดี แม้จำเลยจะให้การว่าได้ที่รายพิพาทมาโดยทางมรดกแล้วกลับนำสืบว่าได้มาโดยบิดามารดายกให้ ก็ไม่ทำให้ผลแห่งคดีเปลี่ยนแปลง(เชื้อ คงคากุล-ประกอบ หุตะสิงห์-สนิท สุมาวงศ์)แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุรายการที่ 1/ ของหน้าที่ 1 พิมพ์คำพิพากษาปิดฉบับย่อ