ทางเดินพิพาทเป็นทางภารจำยอมหรือไม่
เมื่อทางเดินพิพาทอยู่ในที่ดินโฉนดแปลงเดียวกันซึ่งมีเจ้าของรวมครอบครองร่วมกัน การใช้ทางเดินในช่วงนั้นไม่ถือเป็นการใช้ทางภารจำยอม เนื่องจากเจ้าของรวมย่อมใช้ทรัพย์สินร่วมกันได้ ต่อเมื่อแยกครอบครองเป็นส่วนสัดแล้ว ระยะเวลาการใช้ทางเดินนับแต่แยกกันครอบครองไม่ถึง 10 ปี จึงไม่เป็นทางภารจำยอม
ทางเดินพิพาทย่อมไม่เป็นทางภารจำยอม
ทางเดินพิพาทอยู่ในที่ดินโฉนดแปลงเดียวกัน ซึ่งมีเจ้าของรวมสองฝ่ายครอบครองร่วมกันมา โดยมิได้แยกกันครอบครองเป็นส่วนสัด ผู้เช่าห้องแถวของเจ้าของรวมอีกฝ่ายหนึ่งได้ใช้ทางเดินพิพาทนั้นมาเป็นเวลา 20 ปีเศษ ภายหลังได้แบ่งแยกโฉนดครอบครองกันเป็นส่วนสัดแล้ว ยังใช้ทางเดินพิพาทนั้นต่อมาไม่ถึง 10 ปี นับแต่ได้แยกกัน
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1754/2505นายศรีเกษม หุตายน ที่ 1 นางกาญจนา หุตายน ที่ 2โจทก์นางสาวคุณศรี หุตายน ที่ 3 โดยนายศรีเกษมโจทก์หุตายน ผู้รับมอบอำนาจโจทก์นายสรรค์ชัย เศรษฐปราโมทย์จำเลย ป.พ.พ. ทางเดินพิพาทอยู่ในที่ดินโฉนดแปลงเดียวกัน ซึ่งมีเจ้าของรวมสองฝ่ายครอบครองร่วมกันมา โดยมิได้แยกกันครอบครองเป็นส่วนสัดและในระหว่างนั้น แม้ผู้เช่าห้องแถวของเจ้าของรวมอีกฝ่ายหนึ่งจะได้ใช้ทางเดินพิพาทนั้นมาเป็นเวลา 20 ปีเศษ ก็ตาม แต่ภายหลังเมื่อได้แบ่งแยกโฉนดครอบครองกันเป็นส่วนสัดแล้ว ยังใช้ทางเดินพิพาทนั้นต่อมาไม่ถึง 10 ปี นับแต่ได้แยกกันครอบครอง ทางเดินพิพาทย่อมไม่เป็นทางภารจำยอม(อนุสสรนิติสาร-ชวน สิงหลกะ-คร้าม สิวายะวิโรจน์)แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุรายการที่ 1/ ของหน้าที่ 1 พิมพ์คำพิพากษาปิดฉบับย่อ