ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8309/2543
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง
เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8309/2543ธนาคาร อาคารสงเคราะห์โจทก์นาย วิชัย บุญสาใจ ที่ 1 กับพวกจำเลย ป.วิ.พ. ม. 138 วรรคหนึ่งการที่จำเลยยินยอมชำระเงินแก่โจทก์ตามฟ้อง เป็นการประนีประนอมยอมความกันในประเด็นแห่งคดี เมื่อปรากฏว่าอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 19 ต่อปี นับถัดจากวันฟ้องที่คู่ความตกลงกัน ไม่เกินกว่าอัตราดอกเบี้ยที่โจทก์มีสิทธิคิดจากจำเลยได้ตามประกาศกระทรวงการคลังและสัญญากู้เงิน สัญญาประนีประนอมยอมความดังกล่าวจึงมิได้เป็นการฝ่าฝืนต่อกฎหมายศาลชั้นต้นย่อมต้องพิพากษาไปตามนั้น จะใช้ดุลพินิจพิพากษาลดอัตราดอกเบี้ยที่คู่ความตกลงกันเพราะเหตุที่ศาลชั้นต้นเห็นว่าเป็นอัตราดอกเบี้ยที่สูงเกินส่วนย่อมมิได้คดีสืบเนื่องจากในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นโจทก์และจำเลยทั้งสองทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันว่าจำเลยทั้งสองยินยอมชำระเงินจำนวน2,644,228 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 19 ต่อปี ของต้นเงินจำนวน2,098,925.23 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ โดยจำเลยทั้งสองตกลงชำระเงินแก่โจทก์เป็นรายเดือน เดือนละไม่ต่ำกว่า 33,000 บาท เริ่มชำระงวดแรกภายในวันที่ 16 กรกฎาคม 2543 และงวดต่อไปทุกวันที่ 16 ของเดือน จนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยทั้งสองยินยอมชำระเงินค่าฤชาธรรมเนียมในส่วนที่ศาลไม่ส่งคืนและค่าทนายความแทนโจทก์จำนวน 6,000 บาท หากจำเลยทั้งสองผิดนัดงวดใดงวดหนึ่งหรือผิดสัญญาข้อใดข้อหนึ่งถือว่าผิดนัดทั้งหมด ยินยอมให้โจทก์บังคับคดียึดทรัพย์จำนองที่โฉนดเลขที่ 2812, 2813 ตำบลพยอม อำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยาพร้อมสิ่งปลูกสร้างออกขายทอดตลาดชำระหนี้แก่โจทก์ หากได้เงินไม่พอชำระหนี้ ให้ยึดทรัพย์สินอื่นของจำเลยทั้งสองออกขายทอดตลาดชำระหนี้แก่โจทก์จนครบศาลชั้นต้นพิจารณาสัญญ