ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3200/2545

ประเด็นกฎหมาย

ปัญหาว่าโจทก์มีอำนาจฟ้องคดีต่อศาลได้หรือไม่เมื่อประกาศอธิบดีกรมสรรพากรกำหนดให้คำวินิจฉัยของอธิบดีเป็นที่สุด และปัญหาว่าโจทก์มีสิทธิเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม

หลักกฎหมาย

คำว่า "คำวินิจฉัยของอธิบดีให้ถือเป็นที่สุด" ในประกาศอธิบดีกรมสรรพากรมีความหมายเพียงว่าเป็นที่สุดในขั้นตอนการปฏิบัติงานเท่านั้น ไม่ได้ตัดอำนาจศาลในการพิจารณาคดีเมื่อมีการโต้แย้งสิทธิ และบันทึกข้อตกลงต่อท้ายสัญญาที่เปลี่ยนแปลงแก้ไขสัญญาเดิม ถือเป็นสัญญาใหม่ มิใช่สัญญาที่ได้ทำขึ้นก่อนวันที่ 16 สิงหาคม

คำวินิจฉัย

ศาลฎีกาพิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์ทำสัญญาจ้างเหมาก่อสร้างก่อนวันที่ 16 สิงหาคม 2540 แต่ต่อมาในวันที่ 19 กันยายน 2540 ได้ทำบันทึกข้อตกลงต่อท้ายสัญญาเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อตกลงเดิม และโจทก์ยื่นคำขอรับสิทธิเสียภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ 7.0 ต่อไป แต่ถูกปฏิเสธ

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3200/2545บริษัท ไทยโทดะ คอร์ปอเรชั่น จำกัดโจทก์กรมสรรพากรจำเลย รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรสยาม พุทธศักราช 2475 ม. 178 ป.วิ.พ. ม. 55 ป.รัษฎากร ม. 80 พ.ร.ฏ.ออกตามความใน ป.รัษฎากร ว่าด้วยการลดอัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 309) พ.ศ.2540 ม. 4 พ.ร.ฎ.ออกตามความใน ป.รัษฎากร ว่าด้วยการลดอัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 236) พ.ศ.2534 ม. 3 ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 78) เรื่อง กำหนดลักษณะและเงื่อนไขค่าตอบแทนที่ไม่ต้องนำมารวมคำนวณมูลค่าของฐานภาษีตามมาตรา 79 (4) แห่งประมวลรัษฎากร แม้ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการขายสินค้าหรือการให้บริการที่จะได้รับสิทธิเสียภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ 7.0ต่อไป ที่ออกโดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 4 แห่งพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการลดอัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 309) พ.ศ. 2540 และพระราชกฤษฎีกาดังกล่าวออกโดยอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 178 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2538 และมาตรา 80 แห่งประมวลรัษฎากร(ฉบับที่ 30) พ.ศ. 2534 ก็ตาม แต่กฎหมายดังกล่าวทุกฉบับมิได้บัญญัติให้อำนาจอธิบดีกรมสรรพากรออกประกาศกำหนดว่าถ้ามีปัญหาในการปฏิบัติและอธิบดีมีคำวินิจฉัยแล้วให้ถือเป็นที่สุดฟ้องร้องต่อศาลไม่ได้ซึ่งคำว่า "คำวินิจฉัยของอธิบดีให้ถือเป็นที่สุด" ตามประกาศฉบับดังกล่าวมีความหมายเพียงว่า เป็นที่สุดในขั้นตอนการปฏิบัติงานในชั้นวินิจฉัยว่าผู้ประกอบการที่ยื่นคำขอรับสิทธิเสียภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ 7.0 ต่อไปได้รับสิทธินั้นหรือไม่เท่านั้น เพื่อจะได้ดำเนินการตามขั้นตอนอื่นต่อไป เมื่อคำวินิจฉัยของอธิบดีดังกล่าวเป็นการโต้แย้งสิทธิของโ