ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4824/2545

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4824/2545นาย สุทธะ เทียมสำโรงโจทก์นาง ฉอ้อน เทียมสำโรง กับพวกจำเลย ป.วิ.พ. ม. 271, ม. 296 ทวิแม้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 จะสามารถแบ่งคำบังคับออกเป็น 2 ส่วนคือ ส่วนที่จะต้องส่งมอบการครอบครองที่ดินพิพาทแก่โจทก์ กับส่วนที่ห้ามจำเลยทั้งสามและบริวารเข้ารบกวนการครอบครองที่ดินพิพาทของโจทก์ก็ตาม แต่ข้อสำคัญในคำบังคับนั้นอยู่ที่ให้จำเลยทั้งสามและบริวารออกไปจากที่ดินพิพาทโดยการส่งมอบการครอบครองแก่โจทก์เท่านั้น ส่วนที่มิให้จำเลยทั้งสามและบริวารเข้ามารบกวนการครอบครองของโจทก์อีกนั้นเป็นเพียงส่วนหนึ่งของการบังคับให้จำเลยทั้งสามส่งมอบการครอบครองที่ดินพิพาทแก่โจทก์ เมื่อปรากฏว่าจำเลยที่ 1 ได้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกไปและโจทก์เข้าครอบครองที่ดินพิพาทแล้ว แสดงให้เห็นแน่ชัดว่าฝ่ายจำเลยทั้งสามได้ออกจากที่ดินตามคำพิพากษาไม่ได้รบกวนการครอบครองที่ดินพิพาทของโจทก์ ถือว่าการบังคับคดีได้เสร็จสิ้นลงตามคำพิพากษาดังกล่าวแล้ว การที่โจทก์ถูกจำเลยที่ 1 และที่ 2 กับพวก เข้ามารบกวนการครอบครองที่ดินพิพาทนี้อีกภายหลังที่โจทก์เข้าครอบครองที่ดินพิพาทแล้ว จึงเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นภายหลังที่การบังคับคดีได้เสร็จสิ้นลง ถือเป็นเหตุที่เกิดขึ้นใหม่ โจทก์ชอบที่จะไปดำเนินคดีแก่จำเลยที่ 1 และที่ 2 กับพวกเป็นคดีใหม่คดีสืบเนื่องมาจากศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาคดีถึงที่สุดว่า ที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์ ให้จำเลยทั้งสามและบริวารออกจากที่ดินพิพาท กับให้จำเลยทั้งสามและบริวารขนย้ายสิ่งของและรื้อสิ่งปลูกสร้างออกไปจากที่ดินพิพาทต่อมาวันที่ 27 ธันวาคม 2536 ผู้รับมอบฉันทะทนายโจทก์แถลงว่า จำเลยที่ 1 ได้รื้อสิ่งปลูกสร้างต่าง ๆ ซึ่งเป็นของจำเลยที่ 1 ออกจากที่ดินพิพาทหมดสิ้นแล้ว และโจทก์ได้