ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3319/2540

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3319/2540นาง สุพร เอื้อวิศาลสินโจทก์ผู้ร้องสอดโจทก์นาย อรรถ เสนาสาร กับพวกโจทก์นิติบุคคลอาคารชุดร่วมฤดีเพนท์เฮ้าส์ กับพวกจำเลย ป.วิ.พ. ม. 57 พ.ร.บ.อาคารชุด พ.ศ.2522 โจทก์ฟ้องจำเลยซึ่งเป็นนิติบุคคลอาคารชุดให้เปิดทางจำเป็น ผู้ร้องสอดยื่นคำร้องสอดอ้างว่า ผู้ร้องสอดเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ห้องชุดและมีกรรมสิทธิ์ร่วมในทางเข้าออกพิพาทตลอดจนสถานที่ต่าง ๆ ในสิ่งปลูกสร้างและที่ดินของจำเลย อันเป็นทรัพย์สินส่วนกลาง แม้ผู้ร้องสอดมีสิทธิดังกล่าว แต่ผู้ร้องสอดไม่มีหน้าที่ต้องกระทำการหรืองดเว้นกระทำการใด ๆ ตามคำฟ้องของโจทก์เพราะผู้ร้องสอดไม่มีอำนาจจัดการใด ๆ ตามพระราชบัญญัติอาคารชุด พ.ศ. 2522 ไม่มีส่วนได้เสียตามกฎหมายในผลแห่งคดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 57(2) จึงร้องสอดเข้ามาเป็นจำเลยร่วมไม่ได้คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันรื้อถอนกำแพงเหล็กและสิ่งกีดขวางทางเข้าออกในที่ดินโฉนดเลขที่ 5853 ของจำเลยที่ 1 เพื่อเปิดทางจำเป็นให้แก่ที่ดินโฉนดเลขที่ 5854 ของโจทก์จำเลยทั้งสองให้การว่า ที่ดินของโจทก์ยังมีทางอื่นที่สามารถผ่านเข้าออกทางสาธารณะได้ ไม่มีความจำเป็นต้องผ่านที่ดินของจำเลยที่ 1 ขอให้ยกฟ้องระหว่างพิจารณา ผู้ร้องสอดทั้งสี่ยื่นคำร้องขอเข้าเป็นจำเลยร่วม อ้างว่ามีส่วนได้เสียตามกฎหมายในผลแห่งคดี เนื่องจากผู้ร้องสอดทั้งสี่เป็นเจ้าของห้องชุดและมีกรรมสิทธิ์ร่วมในทางพิพาทศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ผู้ร้องสอดทั้งสี่ไม่มีส่วนได้เสียในคดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 57(2) จึงไม่อนุญาตผู้ร้องสอดทั้งสี่อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนผู้ร้องสอดทั้งสี่ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของผู้ร้องสอด