ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4350/2540

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4350/2540นาง บัวลี จารุการ กับพวกโจทก์นาย ทองดี สพสิงห์ กับพวกจำเลย ป.พ.พ. ม. 1375 ป.วิ.พ. ม. 183จำเลยที่ 1 ให้การต่อสู้คดีว่า ที่ดินพิพาทเป็นของ ห. บิดาจำเลยที่ 1 เมื่อ ห. ถึงแก่ความตายที่ดินพิพาทจึงเป็นมรดกตกได้แก่จำเลยที่ 1 ซึ่งได้ครอบครองมาตั้งแต่ปี2524 ดังนี้ ตามคำให้การจำเลยที่ 1 เป็นการอ้างว่าจำเลยมีสิทธิครอบครองในที่ดินพิพาทอยู่แล้ว กรณีหาใช่การแย่งการครอบครองตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1375 ไม่ เพราะการแย่งการครอบครองจะมีได้ก็แต่ในที่ดินของผู้อื่นเท่านั้น คดีจึงไม่มีประเด็นเรื่องแย่งการครอบครองโจทก์ฟ้องว่า โจทก์ทั้งสองและจำเลยที่ 1 เป็นพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน โดยบิดาชื่อนายหอม สพสิงห์ มารดาชื่อนางสี สพสิงห์ บิดามารดามีบุตรด้วยกันรวม 6 คนนายหอมถึงแก่ความตาย มีที่ดินเป็นมรดกตกได้แก่โจทก์ทั้งสองและจำเลยที่ 1 ปรากฏว่าก่อนนายหอมตาย จำเลยที่ 1 กับพวกร่วมกันเขียนและปลอมลายมือชื่อของนายหอมจัดทำพินัยกรรมขึ้น 1 ฉบับ มีข้อความระบุยกที่ดินมรดกดังกล่าวให้แก่จำเลยที่ 1 เพียงผู้เดียว จากนั้นจำเลยที่ 1 คบคิดกับจำเลยที่ 2 จดทะเบียนขายที่ดินมรดกแปลงนี้ให้แก่จำเลยที่ 2 ในราคา 120,000 บาท ซึ่งต่ำกว่าความเป็นจริง การกระทำของจำเลยที่ 1เป็นการเบียดบังทรัพย์มรดกเป็นของตนเองโดยมิชอบด้วยกฎหมาย โจทก์ทั้งสองบอกกล่าวให้จำเลยทั้งสองโอนทรัพย์มรดกนั้นคืนแก่โจทก์ทั้งสองและทายาทตามกฎหมายของผู้ตาย แต่จำเลยทั้งสองเพิกเฉย ขอให้พิพากษาว่าพินัยกรรมฉบับลงวันที่ 5 มกราคม2521 ของนายหอม สพสิงห์ เป็นพินัยกรรมปลอม ให้กำจัดจำเลยที่ 1 มิให้รับมรดกของนายหอม ให้แบ่งที่ดินมรดกแก่ทายาทของนายหอม เว้นแต่จำเลยที่ 1 ซึ่งถูกกำจัดมิให้รับมรดกและการซื้อขาย