ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5007/2540

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5007/2540นาย ทองหล่อ จำปาแพงโจทก์นาง คำ ปัตธิมากรจำเลย ป.พ.พ. ม. 1375, ม. 1381 ป.วิ.พ. ม. 145ก่อนหน้าคดีนี้จำเลยเคยฟ้องโจทก์เกี่ยวกับที่ดินพิพาทต่อศาลชั้นต้นให้โจทก์โอนแก่จำเลยโดยศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องจำเลยและคดีถึงที่สุด แม้จำเลยยังคงครอบครองที่ดินพิพาทต่อมาจนถึงโจทก์ฟ้องจำเลยเป็นคดีนี้ก็ตาม แต่ผลของคดีที่จำเลยฟ้องโจทก์เกี่ยวกับที่ดินพิพาทมาก่อนนั้นยังคงผูกพันจำเลยตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ที่ถึงที่สุดโจทก์จึงมีสิทธิครอบครองในที่ดินพิพาทดีกว่าจำเลย ฉะนั้น การครอบครองของจำเลยนับแต่วันที่ศาลอุทธรณ์ได้มีคำพิพากษามาจึงเป็นการครอบครองที่ดินพิพาทแทนโจทก์นั่นเอง จำเลยจะเปลี่ยนแปลงอ้างเหตุได้ก็แต่โดยบอกกล่าวไปยังโจทก์ผู้มีสิทธิครอบครองว่าจำเลยไม่มีเจตนาจะยึดถือแทนโจทก์อีกต่อไป ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1381 แต่ตามคำให้การของจำเลยไม่ปรากฏว่าจำเลยได้มีการแสดงเจตนาดังกล่าวให้โจทก์ทราบ จำเลยจึงไม่อาจอ้างเหตุแห่งอายุความตามที่จำเลยให้การมายันโจทก์ได้โจทก์ฟ้องว่า คดีก่อนจำเลยได้ฟ้องโจทก์ต่อศาลชั้นต้นเป็นคดีแพ่งหมายเลขดำที่ 863/2531 หมายเลขแดงที่ 392/2532 ขอให้บังคับโจทก์ไปจดทะเบียนโอนที่ดินพิพาทซึ่งเป็นที่ดินบางส่วนของที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ดังกล่าวให้จำเลย หากโจทก์ไม่สามารถโอนให้จำเลยได้ให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาศาลชั้นต้นพิพากษาเป็นไปตามฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ คดีถึงที่สุดแล้ว โจทก์ไม่ประสงค์จะให้จำเลยและบริวารอยู่ในที่ดินต่อไป ขอให้บังคับจำเลยและบริวารรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกจากที่ดินของโจทก์ ให้จำเลยใช้ค่าเสียหายเดือนละ 2,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเส