ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5135 - 5136/2540

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5135 - 5136/2540พนักงานอัยการจังหวัดพระนครศรีอยุธยาโจทก์นาย ประกิจหรือกบ ลมูลภักตร์ กับพวกจำเลย ป.วิ.พ. ม. 23 ป.วิ.อ. ม. 15การยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 23 ประกอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 จะกระทำได้ต่อเมื่อมีพฤติการณ์พิเศษ แต่คำร้องของจำเลยที่ 2 อ้างเหตุเพียงว่า จำเลยที่ 2 รับราชการทหารกองประจำการประจำอยู่ที่กองพันทหารม้าที่ 2 จังหวัดสระบุรี เมื่อจำเลยที่ 2 ได้รับแจ้งจากญาติว่าทนายความคนก่อนไม่คัดค้านการที่จำเลยที่ 2 จะแต่งตั้งทนายความคนใหม่ให้ดำเนินคดีในชั้นฎีกา จำเลยที่ 2 จึงขอลาราชการมาหาทนายความคนใหม่ แต่เป็นเวลากะทันหัน เพราะคดีเกี่ยวพันกันสามสำนวนมีพยานบุคคลหลายปาก เอกสารต่าง ๆได้รับจากทนายความคนเดิมไม่ครบ ทนายความคนใหม่ไม่อาจทำฎีกาได้ทันในเวลาที่กำหนด ดังนี้ ข้ออ้างดังกล่าวหาใช่พฤติการณ์พิเศษตามที่กฎหมายบัญญัติไม่คดีทั้งสองสำนวนนี้ ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษารวมกันกับคดีหมายเลขแดงที่ 1757/2537 ของศาลชั้นต้น โดยเรียกพนักงานอัยการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นางสุมาลี เครือคต และนายใหญ่ ภาคอินทรีย์ เป็นโจทก์ที่ 1 ที่ 2 และที่ 3 ตามลำดับเรียกสิบตำรวจตรีประเสริฐ นิลนาค นายประกิจหรือกบ ลมูลภักตร์หรือลมูลภัตร นายวิเชียรหรือเชียร คุ้มภัย นายธีระหรือระ เขม้นกสิกร นายเสกสรรค์หรืออัน ภาคาธูปและนายอภิรัตน์หรือเป็ด กิจแพ ว่าจำเลยที่ 1 ถึงที่ 6 ตามลำดับ คดีคงขึ้นมาสู่ศาลฎีกาในชั้นนี้เฉพาะส่วนของจำเลยที่ 2คดีสืบเนื่องจากโจทก์ทั้งสามฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยที่ 2 ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 189, 288, 289, 297, 364, 365, 371, 83, 91ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยที่ 2 มีความผิด