ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5791/2540
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง
เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5791/2540นาง ส่วย ศรีวิเศษโจทก์นาง เดิน สุวรรณแสนจำเลย ป.พ.พ. ม. 535การที่โจทก์ยกที่ดินเฉพาะส่วนของโจทก์ให้จำเลยเพราะจำเลยได้ชำระหนี้เงินกู้และไถ่ถอนจำนองที่ดินพิพาทจากธนาคารซึ่งเป็นหนี้ที่โจทก์ก่อขึ้นเพื่อประโยชน์ของโจทก์ฝ่ายเดียวนั้น ถือเป็นการให้เพื่อบำเหน็จสินจ้างโดยแท้ โจทก์จึงถอนคืนการให้ไม่ได้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 535(1)โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นมารดาจำเลยและเป็นเจ้าของที่ดิน น.ส.3 ก. เลขที่ 2956 ตำบลโพนสูง อำเภอปทุมรัตต์ จังหวัดร้อยเอ็ด เนื้อที่ 36 ไร่ 3 งาน 60 ตารางวา เมื่อปี 2519 มีการออก น.ส.3 ก. โจทก์จึงให้จำเลยมีชื่อร่วมใน น.ส.3 ก. ดังกล่าว ต่อมาวันที่4 ธันวาคม 2534 โจทก์ได้ยกที่ดินดังกล่าวให้แก่จำเลย โดยจำเลยรับว่าจะเลี้ยงดูโจทก์ต่อมาจำเลยได้ด่าว่าโจทก์ว่า "อีเฒ่า มึงแพ้ความกูแล้ว กูไม่นับถือมึง มึงยังมีหน้ามาอยู่กับกูอีก" และไม่ยอมให้ข้าวโจทก์กิน โจทก์ล้มป่วยและขอเงินจำเลยซื้อยาแต่จำเลยไม่ยอมให้ การกระทำดังกล่าวของจำเลยเป็นการหมิ่นประมาทโจทก์อย่างร้ายแรง ขอให้เพิกถอนการให้ที่ดิน ให้จำเลยจดทะเบียนโอนที่ดินระหว่างโจทก์กับจำเลยตาม น.ส.3 ก. เลขที่2956 ตำบลโพนสูง อำเภอปทุมรัตต์ จังหวัดร้อยเอ็ด ให้จำเลยไถ่ถอนที่ดินดังกล่าวจากนายสมร บุญโพธิ์ หากจำเลยไม่ไถ่ถอนให้โจทก์มีอำนาจไถ่ถอนที่ดินแปลงพิพาทแทนโดยให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย ในกรณีโจทก์เป็นผู้ไถ่ถอนก็ให้โอนมาเป็นชื่อโจทก์แต่ผู้เดียวจำเลยให้การว่า โจทก์ได้ยกที่ดินพิพาทในส่วนของตนให้แก่จำเลย ที่ดินพิพาททั้งแปลงจึงเป็นของจำเลย จำเลยไม่เคยด่าว่าโจทก์ดังที่กล่าวมาตามฟ้อง จำเลยอุปการะเลี้ยงดูโจทก์ด้วยดีเสมอมา ฟ้องโจทก์เคลือบคลุม ขอให้ยกฟ้องศาล