แม้โจทก์ไม่ได้ตัวเจ้าทรัพย์มาสืบ แต่มีตำรวจผู้จับเป็นพยานประกอบว่าเจ้าทรัพย์ได้ชี้ให้จับจำเลยในเวลาใกล้ชิด และจำเลยรับสารภาพชั้นสอบสวนโดยสมัครใจ ก็ฟัง
คำรับสารภาพของจำเลยชั้นสอบสวนโดยสมัครใจ ประกอบกับพยานตำรวจผู้จับที่เจ้าทรัพย์ชี้ให้จับในเวลาใกล้ชิด และจำเลยรับต่อตำรวจว่าได้เอาของไปขึ้นรถจริง ย่อมรับฟังลงโทษจำเลยฐานลักทรัพย์ได้ แม้โจทก์จะไม่ได้ตัวเจ้าทรัพย์มาสืบก็ตาม
พิพากษากลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ซึ่งลงโทษจำเลยฐานลักทรัพย์ จำคุก 1 ปี และให้คืนหรือใช้ราคาทรัพย์ 378 บาท
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยลักทรัพย์ของนางนาคโดยฉกฉวยไปต่อหน้าที่สถานีรถไฟ เจ้าทรัพย์ชี้ตัวจำเลยให้ตำรวจจับในเวลาใกล้ชิด จำเลยรับสารภาพชั้นสอบสวนโดยสมัครใจ แต่โจทก์ไม่สามารถนำเจ้าทรัพย์มาเบิกความได้เนื่องจากไม่ทราบที่อยู่
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 52/2498พนักงานอัยการจังหวัดอุบลราชธานีโจทก์นายตี๋ แซ่อึ้งจำเลย ป.วิ.อ. จำเลยรับสารภาพชั้นสอบสวนโดยสมัครใจ แม้โจทก์ไม่ได้ตัวเจ้าทรัพย์มาสืบแต่มีตำรวจผู้จับเป็นพยานประกอบว่าเจ้าทรัพย์ได้ชี้ให้จับจำเลยในเวลาใกล้ชิด ก็ฟังลงโทษฐานลักทรัพย์ได้โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2496 เวลากลางคืนจำเลยบังอาจเป็นคนร้ายลักทรัพย์ของนางนาค ม่วงเงิน ไปหลายอย่างรวมราคา 378 บาท โดยใช้กิริยาฉกฉวยเอาทรัพย์หนีไปต่อหน้าในที่จอดรถไฟสถานีอุบลราชธานี เหตุเกิดที่ตำบลวาริน อำเภอวารินชำราบจังหวัดอุบลราชธานี ขอให้ลงโทษจำเลยตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 293, 294, 297 และให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ 378 บาทแก่เจ้าทรัพย์จำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาว่าจำเลยมีความผิดฐานลักทรัพย์ตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 294 วรรค 2 ให้จำคุก 2 ปี จำเลยอายุไม่เกิน 20 ปี ลดโทษให้ 1 ใน 3 ตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 58 ทวิ คงเหลือโทษจำคุก 1 ปี 4 เดือน และลดโทษให้อีก 1 ใน 4 ตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 59 ที่ให้การรับสารภาพชั้นสอบสวนคงเหลือโทษจำคุก1 ปี กับให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ 378 บาทแก่เจ้าทรัพย์จำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิจารณาเห็นว่า โจทก์มีเจ้าทรัพย์คนเดียวที่เห็นและจำชายคนเอาของของเจ้าทรัพย์ไปจากสถานี แต่ไม่ได้ตัวเจ้าทรัพย์มาสืบเป็นพยาน ข้อเท็จจริงที่ว่าชายคนเอาของของเจ้าทรัพย์ไปจากสถานีจะใช่จำเลยหรือไม่ เป็นข้อสำคัญซึ่งจะต้องซักถามกันอย่างถ้วนถี่แน่ชัด เจ้าทรัพย์อาจจะจำคนผิดแล้วไปชี้ให้ตำรวจจับจำเลยก็เป็นได้ เมื่อไม่ได้ตัวเจ้าทรัพย์มาสืบให้เป็นที่แน่ว่าจำเลยเป็นคนเอาของของเจ้าทรัพย์ไปถึงแม้จะมีตำรวจผู้จับมาเป็นพยานว่าเจ้าทรัพย์ให้จับจำเลยโดยข้อกล่าวหาว่าเป็นคนเ