ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 286 - 287/2498

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 286 - 287/2498นางพิกุล เดชะคงโจทก์นางกลีบ พิทักษ์เผ่าจำเลยนางสาวบุนนาค เหมะบุปผกะ กับพวกโจทก์นางกลีบ พิทักษ์เผ่าจำเลย กฎหมายลักษณะอาญา การด่าโต้ตอบกัน ไม่เป็นการหมิ่นประมาทซึ่งหน้าตาม มาตรา339(2) แต่ถ้าด่าพาดพิงถึงผู้อื่นว่ามีท้องรีดลูกมาแล้ว เป็นความผิดตามมาตรา 282คดีได้ความว่าจำเลยและนางพิกุลโจทก์ ในสำนวนที่ 1 ต่างด่าโต้ตอบกัน เพราะนางพิกุลโจทก์ด่าเปรียบเปรยจำเลยก่อน จำเลยจึงด่าตอบแล้วจำเลยด่าเลยไปถึงน้องนางพิกุลซึ่งเป็นโจทก์ในสำนวนที่ 2 ต่อหน้าบุคคลกว่า 2 คน โจทก์ฟ้องให้ลงโทษจำเลยตามกฎหมายอาญามาตรา 339(2) 282, 284 ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตาม มาตรา 282, 339(2) จำคุก 6 เดือนปรับ 1,000 บาท รอการลงโทษไว้ 5 ปีตาม มาตรา 41 ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้อง โจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยดังนี้"ศาลฎีกาเชื่อว่าจำเลยและนางพิกุลต่างได้ด่าโต้ตอบกันปรากฏจากคำนางจันพยานจำเลยซึ่งนางพิกุลโจทก์ก็ได้ระบุพยานอ้างนางจันไว้ด้วย นางจันเบิกความว่า ในวันเกิดเหตุตอนบ่ายนางพิกุลเป็นฝ่ายด่าเปรียบเปรยกระทบกระแทกจำเลยก่อน จำเลยจึงได้ด่าโต้ตอบเอาบ้างศาลฎีกาเห็นว่า การที่บุคคลต่างคนต่างด่ากันนั้นเป็นการทะเลาะกันต่างฝ่ายโต้ตอบกันไปมา จะเรียกว่าเป็นการหมิ่นประมาทซึ่งหน้าตามความหมายในมาตรา 339 ข้อ 2 แห่งกฎหมายลักษณะอาญาหาได้ไม่เพราะกฎหมายในข้อนี้ประสงค์จะเอาโทษในเรื่องที่บังอาจดูหมิ่นเขาซึ่งหน้าไม่ใช่เป็นเรื่องต่างฝ่ายต่างสมัครใจทะเลาะด่ากันโดยนัยแห่งคำพิพากษาฎีกาที่ 559/2490 ในระหว่างอัยการสุพรรณบุรีโจทก์ นางไม้ สุขเกษม จำเลย ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้นชอบแล้ว ส่วนในสำนวนที่ 2 ซึ่งนางสาวบุนนาค นางสาวอาณีเป็นโจทก์ฟ้องว่าจำเลยได้บังอาจหมิ่นประมาทใส่ความโจทก์ต่อ